สุดสลด รถพ่วง 18 ล้อ จอดข้างทางซื้อไก่ย่าง กระบะเสยท้ายสนั่น เจ็บ 3 ตาย 2 เผยผู้ตายเป็นพระ 2 รูป ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นคนขับรถ-และลูกศิษย์วัด ทั้งหมดเพิ่งกลับจากบิณฑบาต ย่านรังสิต 

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 24 ก.พ. 67 พ.ต.ท.กฤชฐา ประทุมแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.สามโคก รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถพ่วงมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนปทุม-เสนา (ก่อนถึงตลาดโรงเกลือท้ายเกาะ) ม.4 ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยแพทย์กู้ชีพ รพ.ปทุมธานี แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่ในช่องเลนซ้าย พบรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน ทะเบียน พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้าอัดท้ายรถพ่วง ทะเบียนนครปฐม ที่จอดชิดอยู่ไหล่ทาง โดยมีข้าว ขนม แกงถุง และบาตรพระ ตกกระจัดกระจายเกลื่อนถนนนอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งให้การช่วยเหลือ และรีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่ง รพ.ใกล้เคียง ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาจากซากรถ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ

จากการสอบถาม นายเอก เผือกเพี้ยน อายุ 46 ปี คนขับรถพ่วง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถมาจาก อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อมุ่งหน้าไป อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุ ได้จอดที่บริเวณไหล่ทางเพื่อให้ลูกน้อง 2 คน ลงไปซื้อไก่ย่างริมทาง ส่วนตนนั่งอยู่ในรถ จู่ๆ ก็มีเสียงดังปังมาจากหลังรถ ตนจึงลงไปดูก็พบรถกระบะชนท้าย โดยมีถุงข้าว ถุงแกง และอาหารต่างๆ กระเด็นกระจัดกระจายเกลื่อนท้ายรถ ตนไม่ทราบว่ารถกระบะขับมาอย่างไร และเมื่อไปดูก็พบว่าภายในรถมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือ

จากการสอบถาม นายเพชร ที่เพิ่งเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ บอกว่า พระสงฆ์ที่มรณภาพภายในรถ ชื่อ พระมหาบุญสง อายุ 65 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดอุทัยธรรมาราม ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนพระสงฆ์ที่มรณะอีกรูปเป็นพระลูกวัด ซึ่งทั้งหมดได้เดินทางไปบิณฑบาตแถวรังสิต โดยมีลูกศิษย์วัด และคนขับรถมาด้วยกัน ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบว่าขับมาชนได้อย่างไร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบและบันทึกภาพที่เกิดเหตุ และมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำส่งชันสูตร ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และจะทำการสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป