สลด หนุ่มพูดเป็นลาง ก่อนซิ่ง จยย.อย่างเร็วจนพุ่งชนศาลพระวิษณุ ดับคาที่ ขณะที่เมียร่ำไห้บอกสามีพูดเป็นคำสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ "ขับรถดีๆ" ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาปมเพื่อสรุปสาเหตุปิดสำนวน
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 19 พ.ย.66 ร.ต.อ.ประสิทธิ์ กาญจนศร รอง สว.สอบสวน สภ.บางเสาธง ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนศาลพระวิษณุ ตั้งอยู่ภายในวงเวียน ท้ายซอยนิคมเอ็มไทย หมู่ที่ 16 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิตหนึ่งศพ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังพร้อมประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมแพทย์เวร รพ.บางเสาธง ร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในวงเวียนขนาดใหญ่ บริเวณข้างศาลพระวิษณุ ด้านขวา พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่งราย ทราบชื่อ นายโชคชัย ฉายแสง อายุ 27 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 26/1 หมู่ที่ 10 ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร อาชีพพนักงานขับรถส่งสินค้า ในสภาพนอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีฟ้ามีเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีเขียว-ดำ สวมทับอยู่ด้านนอก สวมกางเกงขาสามส่วนสีเทา มีบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกด้านขวาฉีกขาด คิ้ว แขนขาด้านขวาหัก มีเลือดไหลนองเต็มหน้า คาดว่าเสียชีวิตคาที่ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ของผู้เสียชีวิต ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 1ขผ 137 กรุงเทพมหานคร ในสภาพช่วงหน้ารถพังยับเยินไม่เป็นชิ้นดี ส่วนศาลพระวิษณุ ได้รับความเสียหายจากการถูกพุ่งชน แผ่นปูนวางเครื่องเซ่นไหว้ หล่นกองอยู่บนพื้น รวมถึงเชิงเทียน แจกันปักดอกไม้ และกระถางธูป
จากการสอบถาม นายสมโภชน์ ชาวแกลง รปภ.ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า เห็นผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียวด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงวงเวียนไม่เบรก พุ่งชนรั้วกั้นเข้ามาในวงเวียน แล้วชนศาลพระวิษณุ พังเสียหาย ส่วนคนขับขี่เสียชีวิตคาที่ และรถจักรยานยนต์พังเสียหายยับเยิน
...
ส่วน น.ส.วลัยลักษณ์ แสนโคตร อายุ 27 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนมาซื้อของอยู่ที่ห้างโลตัส หน้าปากซอยที่เกิดเหตุ นายโชคชัย (ผู้เสียชีวิต) ได้โทรศัพท์เข้ามาถามว่าอยู่ไหน แล้วก็ขับขี่รถจักรยานยนต์มาอีกคัน เพื่อรับกลับบ้านพักซึ่งอยู่ภายในแฟลตการเคหะเมืองใหม่บางพลีโครงการ 3 จากนั้นขับขี่ จยย.ออกมาคนละคัน มุ่งหน้ามาทางท้ายซอย เพื่อจะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนซอย ส.อุดมทรัพย์ แล้วข้ามสะพานข้ามคลองเจริญราษฎร์ หลังจากตนเลี้ยวรถ จยย.มาทางซ้ายแล้ว แต่ไม่เห็นสามีขับขี่ตามมา คาดว่าอาจไม่ชินทาง คงจะขับขี่รถตรงไปท้ายซอย จึงวนรถ จยย.กลับมาดู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนกำลังมุงดู และตนเห็นรถ จยย. จำได้ว่าเป็นของสามี จึงคิดว่าต้องเกิดเหตุร้ายแน่ๆ ตนไม่รู้ว่าสามีดื่มสุราที่บ้านพี่สาวของเขาหรือเปล่าก่อนออกมารับ เพราะเวลานั้นอยู่กันคนละสถานที่ แต่รู้ว่าไม่คุ้นเส้นทางดังกล่าว ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ ตนไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเพราะอะไร ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่ก่อนขับขี่รถออกจากห้างโลตัส ผู้เสียชีวิตไม่ยอมขับขี่รถ จยย.มาด้วยกัน บอกให้ขับขี่คนละคัน และพูดบอกเป็นคำสุดท้ายว่า ให้ขี่รถดีๆ นะ จากนั้นก็ขับขี่ออกมาด้วยความเร็ว แล้วมาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ ภรรยา และญาติ จากนั้นมอบศพให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์สมุทรปราการ และจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อใช้ประกอบการดำเนินตามกฎหมายต่อไป.