ระทึก 2 ปลัดอำเภอ ขับรถตกฝายน้ำล้น ดับ 1 รอด 1 โดยผู้บาดเจ็บอ้างได้ใช้อาวุธปืนยิงที่กระจกให้แตกก่อนว่ายออกมา แต่มีรอยแผลที่หัว ทางตำรวจจึงยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ต้องรอนำร่างผู้เสียชีวิตไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช เพื่อรอผลสรุป

 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 พ.ย. 66 ร.ต.อ.เสน่ห์ เดชสุภา รอง สว.สอบสวน สภ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งเหตุมีรถยนต์ตกจมลงไปฝายน้ำล้น จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เข็มชาติ สุวะศรี ผกก.สภ.เขาฉกรรจ์ ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณฝายน้ำล้น ถนนสายนายาว-เขาฉกรรจ์ พื้นที่บ้านเกาะรัง ม.10 ต.หนองหว้า อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว 

สอบถามชาวบ้านทราบว่า เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 7 พ.ย. 66 เดินทางผ่านฝายน้ำล้นพบชายอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุขอให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาช่วยเหลือเนื่องจากรถตกลงไปในฝายน้ำล้น จึงแจ้งตำรวจ สภ.เขาฉกรรจ์ พร้อมด้วยทีมประดาน้ำ อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างสระแก้ว และตำรวจพิสูจน์หลักฐานสระแก้ว ร่วมเข้าตรวจสอบและค้นหาจนพบรถยนต์คันดังกล่าวในเวลา 08.30 น. จากนั้นได้ช่วยกันนำรถขึ้นมาเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ฌท 824 กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งลงไปงมหา พบร่างชายจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ ป.กล้า หรือ นายคมสัน สุรณัฐกุล ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา 

 

...

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์หลวงของทางราชการ เดินทางกันมาสองคนคือ นายคมสัน สุรณัฐกุล (ผู้เสียชีวิต) กับ จ.อ.เกริกชัย โพธิ์ทอง ซึ่งทั้ง 2 เป็น ปลัดอำเภอสนามชัยเขต ขับมาจากทางบ้านทุ่งส่อหงษา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา จะไปที่วัดพวงนิมิต อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ขณะขับผ่านฝายน้ำล้นบ้านเกาะรัง ได้เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักตกลงไปในฝ่ายน้ำล้น ตั้งแต่เวลา 21.00 น. (6 พ.ย.) ที่ผ่านมา

  

เบื้องต้น จ.อ.เกริกชัย ให้การกับตำรวจว่า หลังจากรถยนต์เสียหลักตกลงในน้ำ ตนได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงไปที่กระจกให้แตกและพยายามเอาตัวเองออกมาจากรถ กระทั่งตอนเช้าพบชาวบ้านจึงบอกให้ชาวบ้านช่วยแจ้งตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุและนำรถขึ้นมา 

 

   

และจากการตรวจสอบสภาพศพของนายคมสัน หลังนำขึ้นมาพบว่าที่บริเวณศีรษะมีรอยแผล และแพทย์ที่มาร่วมชันสูจน์ไม่ยืนยันว่าเป็นรอยกระสุนปืน ซึ่งอาจเป็นรอยบาดแผลจากการที่ศีรษะไปถูกกระแทกของแข็งภายในรถขณะเกิดอุบัติเหตุก็ได้ ดังนั้นทางตำรวจจึงยังไม่ปักเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือการก่อเหตุใดๆ ต้องรอนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งไปพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เสียก่อนจึงจะสามารถสรุปการเสียชีวิตได้.