รองประธานสภา แจ้งความ ถูกผู้ติดตาม "นันทิดา แก้วบัวสาย" นายก อบจ.สมุทรปราการเดินมากอดคอพูดข่มขู่ ชี้หน้า ท้าทาย หลังไม่ยกมือผ่านร่างงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาทจนทำให้ถูกตีตก จึงต้องแจ้งความดำเนินคดีกับคนทั้งสอง เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง 

เวลา 15.00 น. วันที่ 21 ต.ค. 66 นายชนะ หงวนงามศรี รองประธานสภา อบจ.สมุทรปราการ เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าพบ พ.ต.ต.พชรธรณ์ นพธัญสวัสดิ์ สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม ภายหลังจากเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้ามาแจ้งความกรณีถูกชายฉกรรจ์ 2 คน ซึ่งเป็นผู้ติดตาม น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ เข้ามาโอบไหล่ พร้อมกับพูดจาข่มขู่ เหตุเกิดบริเวณหน้าตึก อบจ.สมุทรปราการ 

นายชนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันประชุมสภา อบจ.สมุทรปราการ เพื่อผลักดันงบประมาณรายจ่าย ปี 2567 กว่า 2,500 ล้านบาท ต่อมาหลังจากที่ประชุมเปิดให้ สมาชิก อบต.สมุทรปราการ ทั้ง 36 คน ยกมือโหวตร่างงบประมาณดังกล่าว แต่ที่ประชุมยกมือเห็นด้วยเพียง 10 เสียง และมีมติไม่เห็นด้วย 26 เสียง ทำให้งบประมาณดังกล่าวไม่ผ่านสภา

จากนั้น หลังจากตนเองประชุมเสร็จ เดินลงมาที่จอดรถหน้าตึก อบจ. สมุทรปราการ เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก ระหว่างนั้น มีนายสุรศักดิ์ เลิศวงศ์งาม และนายเอกพล หว่างสกุล ผู้ติดตาม น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เข้ามาโอบไหล่ตน และพูดว่า มึงนี่เหี้..น่าดูเลยนะ มึงไม่ให้ความเคารพนาย และยังพูดข่มขู่ว่า มึงจะเอาอย่างไงกับกูก็ได้นะ แถมยังชี้หน้าบอกว่ามึงอย่าล้ำเส้น ถ้ามึงล้ำเส้นโดนกูแน่ ตนเองเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีกับทั้งสองคน

...

นายชนะ กล่าวอีกว่า หลังจากทางผู้ใหญ่ทราบเรื่อง ได้โทร. เข้ามาพูดคุยกับตนแล้ว จากนั้นจึงมีการขอโทษกัน ตนจึงไม่ติดใจอะไร แต่ด้วยเอกสิทธิ์ในการทำหน้าที่ รองประธานสภา ตนต้องได้รับการคุ้มครอง และจำเป็นที่จะต้องแจ้งความ รวมถึงแจ้งสื่อมวลชนได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น หากตนไม่ทำอะไรเลย อนาคตอาจจะเป็นเหมือน คดีกำนันนก  

ส่วนประเด็นที่ทั้งสองคนเข้ามาทำพฤติกรรมดังกล่าวกับตน คิดว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดและไปได้ยินอะไรมา ขอยืนยันว่า หลังจากประชุมในสภาเสร็จสิ้นจบก็คือจบ ทุกคนเป็นพี่เป็นน้องกัน ตนเองทำงานมา 15 ปี ทุกอย่างทำเพื่อพี่น้องประชาชนชาวสมุทรปราการ การตรวจสอบงบประมาณต่างๆ ก็ต้องเป็นไปตามความจริง ภาษีของประชาชนต้องช่วยกันดู เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"กรณีถูกข่มขู่ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมายและไม่มีการถอนแจ้งความ ส่วนประเด็นเรื่องการเมือง รวมถึงกรณีที่มีข่าวลือ ว่ากลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า แตกแยกกันนั้น ยืนยันไม่ได้แตกแยก เรายังมีความรักกลมเกลียวกันเหมือนเดิม สมาชิกสภาองค์การสมุทรปราการทุกท่าน ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" นายชนะ กล่าว