ผบ.ตร. โยน "กรมราชทัณฑ์" ชี้ขาด "ทักษิณ" รักษาตัวต่อที่ รพ.ตำรวจ หรือกลับเรือนจำ พร้อมชี้แจงเรื่อง 12 ตำรวจ ถอดถอนหมายจับ "สว.อุปกิต" เผยเร่งดำเนินการ ยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 66 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นดี อยู่ระหว่างนอนพักรักษาตัวภายนอกเรือนจำ ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา รพ.ตำรวจ เนื่องจากป่วยด้วย 4 โรครุมเร้า ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, พังผืดในปอด, ความดันโลหิตสูง, และกระดูกสันหลังเสื่อม โดยนอนพักรักษาตัวจะครบ 60 วัน ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่า นายทักษิณ จะต้องกลับเข้าไปยังเรือนจำหรือไม่นั้น ว่า สำหรับเรื่องการพิจารณาดังกล่าวนั้น จะเป็นในส่วนของทางกรมราชทัณฑ์ที่จะเป็นผู้พิจารณา พอครบ 60 วันคำวินิจฉัยของแพทย์จะถูกรายงานไปที่กรมราชทัณฑ์ แล้วก็จะเป็นการพิจารณาของกรมราชทัณฑ์ว่า ถ้ามีความเห็นว่าคนไข้พร้อมที่จะต้องกลับ กรมราชทัณฑ์ก็จะเป็นคนพิจารณา ไม่ใช่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากทางตำรวจจะดูแลในเรื่องของความปลอดภัย ให้กับหน่วยงานที่ขอความร่วมมือมา

ส่วนเรื่องของการพิจารณาว่าจะอยู่หรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อยู่ที่ กรมราชทัณฑ์ ขณะนี้คำวินิจฉัยของแพทย์อยู่ระหว่างดำเนินการส่งให้กับ กรมราชทัณฑ์ พิจารณาอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบของจเรตำรวจ หลังมีมติเอกฉันท์ว่า มีข้าราชการตำรวจ จำนวน 12 นาย กรณีการถอดถอนหมายจับ นายอุปกิต ปาจรียางกูร หรือ สว.ทรงเอ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้ ตนได้ขอให้คณะกรรมการทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุด รวมทั้งขอให้แจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบ เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและได้มีการทำหนังสือไปถึง ผบ.ตร.ในยุคที่ผ่านมาให้ทราบแล้ว ตนเพิ่งจะรับทราบเรื่องดังกล่าว ซึ่งในขณะนั้นตนเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ดูแลเรื่องนี้ เมื่อทราบข่าวที่ นายรังสิมันต์ โรม โพสต์ข้อความก็ได้สั่งการให้จเรตำรวจรายงานให้ทราบแล้ว และจะเร่งดำเนินการให้ ทั้งนี้ได้มีการประสานข้อมูลกันไว้บ้างแล้ว จะดูแลให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย หากผิดก็คือผิด การพิจารณาไม่ได้ใช้ความรู้สึกแต่ใช้พยานหลักฐานและสอบปากคำต่างๆ ทั้งนี้ได้สั่งการเร่งรัดให้รายงานให้ทราบโดยเร็วแล้ว

...