หนุ่มแสบลวงรักสาวอวบผูกคอ ฆ่าตัวตายหนีอาญาคาห้องขัง สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ใช้เชือกหูรูดกางเกงผูกคอกับลูกกรงปลิดชีพตัวเอง หลังถูกตำรวจนครบาลตามจับกุมตัว ส่งท้องที่ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ แฉพฤติกรรมมิจฉาชีพในโลกโซเชียล เลือกเหยื่อเป็นสาวอวบ พูดคุยตีสนิทชวนไปกินข้าวทำบุญไหว้พระก่อนออกอุบายยืมรถ จยย.แล้วเชิดหนี มีผู้เสียหายอีกหลายราย หลายท้องที่ทั่วประเทศ คาดเครียดจัดอาจติดคุกยาว เลยชิงฆ่าตัวตายก่อน

ผู้ต้องหาลวงรักสาวอวบแล้วลักทรัพย์ผูกคอฆ่าตัวตายคาห้องขังรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 04.15น. วันที่ 27 ก.ย. ขณะที่ ร.ต.อ.วรภัค ศุภสวัสดิ์ รองสว. (สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากสิบเวรหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาว่า มีผู้ต้องหาผูกคอตายในห้องขังโรงพัก รีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเข้าไปตรวจสอบ

ภายในห้องขังแยกเป็น 3 ห้องคือ ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาหญิง ห้องควบคุมตัวเยาวชน และห้อง ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาย ภายในห้องควบคุมตัวเยาวชนที่อยู่ห้องกลางพบศพนายพชรพล หรือดิว หรือนิว หรือปุ๊ นิ่มอนงค์ อายุ 39 ปี ฉายา “ดิว บางไทร” ชาว อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ผู้อื่น สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ใช้เชือกหูรูดกางเกงผูกคอกับลูกกรงห้องขัง เจ้าหน้าที่ตัดเชือกนำศพลงมาพร้อมแจ้งอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมารับศพนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบถามทราบว่า นายพชรพล ผู้ตายถูกตำรวจนครบาลนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ฐานะหัวหน้าชุด PCT5 พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกับเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 113 สืบสวนติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี  ที่ จ.242/2566 ลงวันที่ 3 ส.ค.66 ข้อหาลักทรัพย์ผู้อื่น ยึดของกลางรถ จยย. ยามาฮ่าฟีลาโน่ สีฟ้า และเงินสด 6,500 บาท จากนั้นนำตัวมาส่งดำเนินคดีที่ สภ.สามโคก ถูกแยกขังเดี่ยวอยู่ในห้องควบคุมเยาวชน และในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดปทุมธานี แต่มาชิงผูกคอตายหนีความผิดเสียก่อน

สำหรับพฤติการณ์ผู้ตายเป็นผู้ต้องหาที่มีลักษณะเป็นพวกมิจฉาชีพ แฝงตัวเข้าไปล่าเหยื่อในสื่อโซเชียลในรูปแบบชายขี้เหงา มักใช้ชื่อ อาทิ ปุ๊ ปู นิว และดิว ในแอปพลิเคชันหาคู่ เลือกเหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวรูปร่างอวบ ทักเข้าไปพูดคุยตีสนิทก่อนจะนัดพบกันและชวนรับประทานอาหาร จากนั้นสร้างความสัมพันธ์ให้เหยื่อตายใจ ส่วนใหญ่ทำทีชักชวนไปทำบุญที่วัดต่างๆ จนเมื่อเหยื่อหลงเชื่อใจจะหาโอกาสทำทีขอยืมรถ  จยย. อ้างว่าขอขี่ไปทำธุระก่อนจะเชิดรถ จยย.หลบหนีไปแล้วทิ้งเหยื่อไว้ในที่เกิดเหตุ มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากเข้าแจ้งความไว้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ และยังมีเหยื่อบางรายที่มีความอับอายยังไม่กล้าเข้ามาแจ้งความ คาดว่าผู้ตายรู้ตัวว่าจะต้องถูกดำเนินคดีอีกหลายคดีมีโอกาสถูกจำคุกนานหลายปีทำให้เกิดความเครียดจัด ตัดสินใจผูกคอฆ่าตัวตายหนีความผิดที่ก่อขึ้น

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่