มูลนิธิวินวินลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ข่วยเด็กหญิงอายุ 13 ปี ถูกเสี่ยนักบุญกำมะลอ อ้างอยากช่วยนักเรียนยากจน ติดต่อผอ.โรงเรียน จ้างเด็กไปทำงานบ้าน ครั้งละ 350 บาท ผอ.เอาเรื่องเข้าที่ประชุม ให้ครูประจำชั้นคัดเลือกเด็ก เสี่ยมารับ ซื้อขนมเลี้ยง แวะซื้อยาคุมกำเนิด แล้วพาเข้าโรงแรมทำอนาจาร

จากกรณีมูลนิธิวินวิน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ เด็กนักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อถูกละเมิดทางเพศ โดยโพสต์ข้อความว่า  "เมื่อไม่นานมานี้ได้มีผู้ปกครองท่านหนึ่งได้เข้ามาให้ข้อมูลกับ มูลนิธิวิน วิน ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง ผอ.พานักเรียนในโรงเรียนไปขายบริการทางเพศ วันนี้ทางมูลนิธิวิน วิน ได้โทรเข้าไปสอบถามเรื่องราวความเป็นมากับทางผอ.โรงเรียนจึงได้ความว่า ได้มีชายคนหนึ่งมาที่โรงเรียนพร้อมกับเข้ามาพบกับ ผอ. โดยแจ้งว่าอยากช่วยเหลือเด็กให้มีรายได้พิเศษ เด็กที่ต้องการหารายได้ระหว่างเรียน ให้ทำเฉพาะเสาร์อาทิตย์ ขอ 2 คน วันละ 350 บาท 

จากนั้น ผอ.ก็เอาเรื่องราวนี้เข้าที่ประชุมครูพร้อมขอสถานที่ที่เด็กจะต้องเข้าไปทำงานชายคนนี้จึงได้บอกชื่อบริษัทจากที่ได้ฟังชื่อสถานที่ทางผอ.ก็ได้ลงไปที่บริษัทนี้พร้อมกับได้เช็กระยะทางจากโรงเรียนไปบริษัทนี้ใช้ระยะทางถึง 17 กิโลเมตร 

หลังจากเข้าที่ประชุมครู ก็ยังไม่มีเด็กคนไหนสนใจมาสมัคร ทางผอ.จึงแจ้งชายดังกล่าวว่าไม่มีเด็กมาสมัครเนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกลเด็กเดินทางไม่สะดวกพร้อมทั้งเสนอว่า ให้แม่บ้านของทางโรงเรียนไปได้หรือไม่เนื่องจากทางแม่บ้านเองก็อยากหารายได้เสริมเช่นกัน

ชายดังกล่าวได้ตอบตกลงทาง ผอ.ก็จัดส่งแม่บ้านไป 1 คน ประจวบกับมีเด็กนักเรียนอีก 1 คนเข้ามาสมัครพอดี ผอ.จึงแจ้งกับชายคนนั้นว่าได้แม่บ้านหนึ่งคนและเด็กหนึ่งคนจะให้เริ่มงานได้เลยหรือไม่ ชายคนดังกล่าวตอบว่าให้เริ่ม 5-6 สิงหาคม ผลปรากฏว่าก่อนที่จะถึงวันชายคนนั้นโทรมาแจ้งขอยกเลิกเนื่องจากยังไม่มีคนอยู่บ้าน พร้อมกับนัดใหม่อีกครั้งคือวันที่ 12-13 สิงหาคม

หลังจากได้มีการนัดวันกัน ก็มีคุณครูอีกท่านเข้ามาเสนอชื่อเด็กอีกคนเพราะทางนั้นก็ต้องการรายได้เสริมเช่นกันทาง ผอ.จึงตัดสินใจให้เด็ก 2 คนสลับกันไปพร้อมกับให้แม่บ้านนั้นไปทุกวันตามนัด

เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ตามนัดผอ.ได้มีการสอบถามชายผู้ว่าจ้างว่าเด็กกับแม่บ้านทำงานกันเป็นอย่างไรบ้าง ชายคนดังกล่าวตอบกลับมาว่า แม่บ้านไม่โอเคให้แต่เด็กทำงาน แม่บ้านไม่ค่อยทำ พร้อมกับกล่าวอีกว่าแม่บ้านอายุเยอะแล้วทำงานไม่ไหว ขอเอาแค่เด็กไปทำงานให้ตนได้หรือไม่ และบอกอีกว่าขอเด็กแค่คนเดียว พร้อมทั้งเสนออีกว่าจะไปรับเด็กที่หน้าโรงเรียนเพื่อไปทำงานเอง

ในวันที่ 13 สิงหาคม ผอ.ก็มีการโทรแจ้งแม่บ้านว่า ฝากส่งเด็กอีกคนขึ้นรถก่อนนะเนื่องจากเด็กคนนี้ยังไม่เคยไปที่ทำงาน จากนั้นก็ได้มีการพูดคุยกับเด็กแต่ผลปรากฏว่า แม่บ้านไม่ได้ยืนรอกับเด็ก ให้เด็กยืนรอชายผู้ว่าจ้างเพียงคนเดียว ในช่วงเวลาเที่ยงผอ.ได้ทักหาชายผู้ว่าจ้างว่าเด็กทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า เด็กทำงานเก่งและเข้ากับแม่บ้านของเขาได้ดี

ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. ชายผู้ว่าจ้างได้โทรหาผอ.พร้อมกับแจ้งว่าเด็กมีฐานะทางบ้านดี ไม่ได้ยากจน ตามที่ผอ.แจ้ง ผอ.จึงแย้งว่าเด็กที่ส่งไปก็มีการตรวจสอบแล้วว่ายากจนจริง อีกทั้งผู้ปกครองยังรายได้น้อย ชายผู้ว่าจ้างไม่ยอมปักใจเชื่อ ทางฝั่ง ผอ.เลยเสนอว่าขอประชุมกับทางคุณครูอีกครั้งถ้าเด็กไม่ได้มีฐานะยากจนจริงๆ จะขอยกเลิกการว่าจ้าง เวลา 4 ทุ่มของคืนดังกล่าว

ผู้ปกครองของเด็กที่ไปทำงานได้โทรเข้ามาหาผอ.พร้อมแจ้งว่า คนที่มาว่าจ้างให้เด็กไปทำงานนั้นเขาไม่ได้ให้เด็กไปทำงานที่บ้าน เขาพาเข้าโรงแรม หลังจากฟังเรื่องราวนี้ ผอ.ก็ตกใจเป็นอย่างมากพร้อมกับขอคุยกับเด็กคนดังกล่าวเพื่อฟังเรื่องราว 

เช้าวันถัดมาผู้ปกครองร้อนใจเป็นอย่างมาก จึงโร่เข้าแจ้งความพร้อมกับคุยทางกับตำรวจ ทางฝั่ง ผอ.เองก็ได้มีการสอบถามกับทางเด็กว่าเป็นอย่างไรบ้าง เด็กตอบว่าตอนนี้ตำรวจกำลังให้พาไปชี้จุดเกิดเหตุหน้าโรงเรียนตรงที่ขึ้นรถ พร้อมกับไปที่โรงแรม 

จากนั้นตำรวจก็ได้มีการเรียกทางฝั่งผอ.ไปสอบปากคำ หลังจากสอบปากคำเสร็จ ผอ.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังมีการติดต่อกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมกับทั้งตัวผู้ปกครองและตัวเด็กที่ได้รับความเสียหายอยู่ตลอด

ผลสรุปจากเรื่องราวที่ทางมูลนิธิวิน วินได้คุยกับทางฝั่งครอบครัวของเด็กทางครอบครัวได้แจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดทางครอบครัวและผู้ต้องหามาไกล่เกลี่ยกันเรียกค่าเสียหาย เพื่อให้ยอมความกัน 

การล่อลวงเด็กหญิงอายุไม่ถึง 15 ปี เพื่อจะล่วงละเมิดทางเพศ มันยอมความกันได้หรือไม่ พรุ่งนี้มูลนิธิวิน วิน จะขอลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง #มูลนิธิวินวิน #เด็ก #ขายบริการ #ล่วงละเมิดทางเพศ”

หลังจากรับทราบข้อมูล เวลา 15.00 น. วันที่ 23 ส.ค. 66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ โรงเรียนวัดหนองพังตรุ หมู่ 2 ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง พบ น.ส.ธปารย์เอื้อ มณีสุวรรณ์ ผอ.ร.ร.วัดหนองพังตรุ ร่วมประชุมกับ นางนิตยา จันทร์เพ็ญ นายกอบต.พังตรุ นางสาวชลิดา พะละมาตย์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิ วินวิน เจ้าหน้าที่ พม.กาญจนบุรี และ จนท.บ้านพักเด็กและครอบครัวจ.กาญจนบุรี ร่วมหารือเกี่ยวกับการช่วยเหลือ เด็กหญิงเอ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 เหยื่อที่ถูกละเมิด

โดย นักจิตวิทยาได้พูดคุยกับเด็ก ทราบว่า เหตุการณ์ละเมิดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 66 โดยเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) เล่าให้ฟังว่า ตนได้ถูกเสี่ยชาญ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งติดต่อมาทางโรงเรียนเพื่อขอว่าจ้างเด็กนักเรียนที่สนใจไปทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดที่บริษัท มารับที่หน้าโรงเรียน เพื่อพาไปทำงาน โดยมารับเมื่อเวลา 08.30 น. ขับรถยนต์เก๋งมารับ และขับมุ่งหน้าไปที่ร้านซีเจ เพื่อซื้อขนมให้ ต่อจากนั้น ให้ตนนั่งรอในรถ แล้วเขาก็ไปซื้อยาคุมกำเนิดจากร้านขายยาใกล้กับซีเจ ต่อจากนั้นเขาขับรถพาไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เขาได้เปิดห้อง และให้เข้าไปในห้องพักด้วย โดยเขาสั่งเบียร์ 1 ขวด กินเบียร์ไป 1 แก้ว ต่อจากนั้นได้ให้ตนไปอาบน้ำ ตนได้ขอร้องอย่าทำอะไรเลย เขาก็บอกว่าให้นวดเขา ก็ต้องทำ อยู่ในห้องจนเวลา 11.00 น. ออกจากโรงแรม เขาขับรถมาส่งที่หน้าโรงเรียนจุดที่มารับ ก่อนลงจากรถ เขาให้เงินค่าแรง 350 บาท และได้ดึงตัวไปกอดและหอม ตนกลัวมากไม่กล้ากลับบ้านจึงไปอยู่บ้านเพื่อนจนถึงสามทุ่ม เพื่อนเห็นผิดสังเกตจึงสอบถาม จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนและแม่ของเพื่อนฟัง แม่ของเพื่อนจึงโทรไปบอกกับป้าของตน ต่อจากนั้น เวลาประมาณ 22.00 น. จึงไปแจ้งความที่สภ.สำรอง วันต่อมา ตำรวจได้พาไปชี้จุดที่เขามารับขึ้นรถกับห้องพักในโรงแรม 

...

ด้าน นางสาวชลิดา พะละมาตย์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิ วินวิน เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิได้รับการร้องเรียนและได้ลงพื้นที่ เพื่อมาตรวจสอบข้อมูลและต้องการมาช่วยเหลือเด็ก รวมถึงติดตามเรื่องคดีว่าทางตำรวจได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ในเบื้องต้นได้ประสานนายก อบต.พังตรุให้ช่วยสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนและลงพื้นที่ จึงทราบข้อมูลว่า มีเด็กถูกกระทำละเมิด โดยถูกพาเข้าโรงแรมและมีการกระทำอนาจารล่วงละเมิดต่อเด็กอีกด้วย ทางมูลนิธิจึงประสาน พม.กาญจนบุรี บ้านเด็กและครอบครัวให้มาช่วยเหลือเด็กและดูแลเกี่ยวกับสภาพจิตใจ รวมถึงความเป็นอยู่ ความปลอดภัย ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการช่วยเหลือตามกระบวนการคุ้มครองเด็กและครอบครัว

"ตอนนี้เด็กอยู่ในสภาพหวาดกลัว เรื่องคดีต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ทางเราถามผู้กำกับแล้ว ทางผู้ต้องหาเขาเรียกญาติของผู้เสียหายไปคุยเพื่อเยียวยา ซึ่งจะเยียวยาแบบไหนก็ได้แต่คดีแบบนี้ยอมความไม่ได้ เรามาติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าไปถึงไหน ว่าน้องผู้เสียหายได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจแล้วหรือยัง มาติดตามว่าคดีไปถึงไหน ติดตามเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเด็ก ครอบครัวผู้เสียหายได้พูดคุยเมื่อวาน ทางญาติก็ยืนยันว่าไม่ยอม จะดำเนินคดีต่อไป แต่เราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ติดขัดอะไรรึเปล่า สำหรับผู้ก่อเหตุเข้ามาติดต่อขอจ้างเด็กไปทำความสะอาดบ้านให้ เด็กคนไหนที่ยากจน อยากมีรายได้ เขาอยากให้ทุนการศึกษาแก่เด็ก ซึ่งทาง ผอ.โรงเรียนก็เห็นด้วยที่จะช่วย จึงหาเด็กให้ และเขามารับเด็ก พาเด็กเข้าโรงแรม"

ขณะที่ น.ส.ธปารย์เอื้อ มณีสุวรรณ์ ผอ.ร.ร.วัดหนองพังตรุ ให้ข้อมูลที่มาที่ไปคือ คุณชาญ เข้ามาติดต่อให้ทุนการศึกษาแต่แลกด้วยการไปทำความสะอาดบ้านครั้งละ 2 คน เราก็ได้เอาเข้าที่ประชุมของโรงเรียนได้บันทึกข้อความไว้เป็นที่ทราบกัน โดยให้ครูที่ปรึกษาคัดเลือกเด็ก โดยจะให้มีแม่บ้านของโรงเรียนไปด้วย 1 คน ครั้งแรกก็มีแม่บ้านไปกับเด็กนักเรียนรวมเป็น 2 คน หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ติดต่อกลับมาว่าอยากให้เป็นเด็กเพราะว่าแม่บ้านไม่แข็งแรง ทำงานไม่ค่อยคล่อง พอครั้งที่ 2 ก็เลยให้เด็กนักเรียนไปอีก แต่ด้วยว่าบ้านของคนนี้อยู่ค่อนข้างไกลรถเด็กไม่สามารถไปได้ ผู้ก่อเหตุจึงได้ขับรถมารับเด็กนักเรียนจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น แต่ทราบว่า ป้าของเด็กได้มีการไปแจ้งความแล้ว และทางโรงเรียนก็ได้ทำหนังสือรายงานให้กับสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว 

...