มูลนิธิวอชด็อก พร้อมผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่หมู่บ้านจัดสรรใน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการขังแมว และเหม็นขี้แมวจนสุดจะทนไหว พบแมว 19 ตัว อยู่ในบ้านท่ามกลางกองขี้แมว เจ้าของอ้างเลิกกับสามี ย้ายไปเช่าบ้านที่ใหม่ ยังไม่สะดวกจะนำแมวไปด้วย ทางมูลนิธิฯ จึงเสนอจะช่วยขนย้ายแมวทั้งหมดไปให้

เวลา 13.00 น. วันที่ 13 ส.ค. 66 นางสาวรัตติยา เตียวตระกูล เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ วอชด็อก ไทยแลนด์ พร้อมด้วย นายไพโรจน์ อินทร์ทรัพย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.แพรกษาใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 199/2681 หมู่บ้านพฤกษา 15 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ย้ายบ้านออกไปแล้ว แต่ทิ้งแมวเอาไว้ในบ้านเป็นจำนวนมาก จนเพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากอุจจาระแมวส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน และแมวยังออกไปปีนป่ายกระโดดขึ้นบนหลังคารถ จนเกิดรอยขีดข่วนเสียหาย 

ไปถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ประตูถูกปิด แต่เมื่อมองเข้าไปที่กระจกประตู พบว่ามีแมวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาทางมูลนิธิฯ ติดต่อไปยัง นางสาวปรีญานุช พันธ์ศรี อายุ 35 ปี เจ้าของบ้าน เพื่อเดินทางกลับมาที่บ้านดังกล่าว ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปสำรวจ ภายในพบว่า ด้านในมีแมว 19 ตัว อยู่ในสภาพน่าเวทนา นอนอยู่ตามโซฟา ชั้นวาง และพื้น ซึ่งอยู่ในสภาพเก่า ถูกแมวข่วนจนขาดเสียหาย นอกจากนี้บริเวณห้องครัวหลังบ้าน พบอุจจาระแมวกองเกลื่อนพื้น ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายไปยังบ้านข้างเคียง จากการสำรวจพบว่าแมวแต่ละตัว สมบูรณ์ ไม่ผอม เนื่องจากเจ้าของแจ้งว่า ยังแวะมาให้อาหารแมวตามปกติ

นางสาวปรีญานุช กล่าวว่า ตนเองมาอยู่บ้านหลังนี้ได้ประมาณ 4-5 ปี โดยบ้านสามีเป็นคนซื้อ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามีและตนเอาแมวมาเลี้ยงประมาณ 5 ตัว จากนั้นแมวจึงเริ่มขยายพันธุ์ เนื่องจากแมวทั้งหมดไม่ได้ทำหมัน กระทั่งเมื่อต้นปี สามีขอแยกทาง ตนต้องเลี้ยงลูก 2 คน รวมถึงแม่ที่ป่วยติดเตียงเพียงลำพัง จนทำให้ขัดสนเรื่องเงิน และไฟก็มาถูกตัด เนื่องจากค้างค่าไฟกว่าหมื่นบาท ต่อมาตนเองจึงพาลูกและแม่ย้ายออกไปอาศัยอยู่ที่อื่น โดยเอาแมวติดไปด้วยประมาณ 10 ตัว ทิ้งไว้ที่บ้านหลังนี้อีกประมาณ 19 ตัว เนื่องจากตนเองยังไม่สะดวกที่จะนำไปด้วยเพราะที่อยู่ใหม่นั้นเป็นบ้านเช่า ไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับประตูบ้านยังไม่ได้ทำ เกรงว่าถ้าเอาแมวไปทั้งหมด แมวจะหนีออกจากบ้านได้ ระหว่างนี้ตนก็ไม่ได้ทิ้งแมว เพราะแมวทุกตัวตนเองมีความผูกพัน จึงมอบหมายให้ลูกชายกลับมาดูแมวและตักอาหารให้ทุกวัน และออกปากว่าหลังจากนี้หากพร้อมจะนำแมวไปอยู่ด้วยทุกตัว จากนั้นจะเข้ามาทำความสะอาดบ้าน

ขณะที่ นายไพโรจน์ อินทร์ทรัพย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 กล่าวว่า บ้านหลังนี้ตนเองได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง เนื่องจากแมวหลุดออกไปสร้างความเดือดร้อน ปีนหลังคารถบ้านคนอื่น รวมถึงกลิ่นของอุจจาระของแมวที่สะสมอยู่ในบ้านจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าของไม่ยอมทำความสะอาด แต่เมื่อเข้ามาพูดคุย ทางเจ้าของบ้านก็รับปากว่าจะแก้ไขให้ จนเวลาผ่านไปก็ยังไม่มีการดำเนินการตามที่รับปาก วันนี้ได้รับการร้องเรียนมาอีก กระทั่งทราบว่าเจ้าของบ้านย้ายไปอยู่ที่อื่นนานนับเดือน และชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเรื่องกลิ่น ตนและมูลนิธิฯ จึงเข้ามาดู พรัอมกับเรียกเจ้าของเข้ามาพูดคุยเพื่อดำเนินการย้ายแมวไปอยู่ที่อื่นภายในวันนี้ หากยังนิ่งเฉย จะเข้านำมาตรการทางกฎหมายเข้ามาดำเนินการต่อไป

ส่วนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันให้ข้อมูลว่า เมื่อเพื่อนบ้านรายนี้มาอยู่ ตอนแรกเอาแมวมาเลี้ยงไม่กี่ตัว ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมีกลิ่นเหม็นจากอุจจาระแมว โดยเฉพาะบริเวณห้องครัว กลิ่นจะแรงมาก จนเมื่อเจ้าของบ้านย้ายออกไปได้ประมาณ 1 เดือน เคยร้องเรียนไปหลายครั้ง แต่ก็ยังแก้ไขไม่ได้ วันนี้มีเจ้าหน้าที่ นักข่าว ลงพื้นที่มา ตนก็มีความหวังขึ้น 

ด้าน นางสาวรัตติยา เตียวตระกูล เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ วอชด็อก ไทยแลนด์ กล่าวว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่ามีแมวถูกขังอยู่ในบ้าน ทางมูลนิธิฯ ลงมาดู พบว่าในบ้านมีแมวอยู่จริง ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับเจ้าของบ้าน แจ้งว่าขัดสนเรื่องค่าใช้จ่าย จึงยังไม่สามารถนำแมวไปได้ทั้งหมด ทางมูลนิธิฯ จึงเสนอว่าจะนำรถมาช่วยขนแมวไปไว้ที่ใหม่ภายในวันนี้ เจ้าของบ้านก็ให้ความร่วมมือว่าจะนำแมวออกไป โดยช่วงเย็นวันนี้ ทางมูลนิธิฯ จะเริ่มย้ายแมวทั้งหมด.