ระทึก เกิดเพลิงไหม้อาคารเรียน โรงเรียนวัดบางขวาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยไฟได้โหมไหม้อย่างรุนแรง จนท.ต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัด เพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม ได้เผาวอดทั้งอาคารเรียนไม้เหลือแต่ซาก ซึ่งโชคดีวันหยุด ไม่มีนักเรียนมาเรียน คาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 5 ส.ค. 66 พ.ต.ต.อภิชัย ชัชวาลปรีชา พนักงานสอบสวน สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้อาคารเรียน โรงเรียนวัดบางขวาก หมู่ที่ 6 บ้านปากคลองบางขวาก ตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก จึงพร้อมด้วยมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี และรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลสามชุก และใกล้เคียงกว่า 10 คัน ไปยังที่เกิดเหตุเป็นอาคารเรียนไม้ชั้นเดียวแบบยกพื้น พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมฉีดน้ำสกัด เพื่อควบคุมไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง แต่ระหว่างนั้นเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ที่อาคารปูนใกล้กันอีกหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องทำงานของ ผอ. และห้องเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด โดยชุดดับเพลิงใช้เวลากว่า 2 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
จากการสอบสวน น.ส.ณัฐสุรีย์ มณีอินทร์ รักษาการ ผอ.ร.ร.วัดบางขวาก กล่าวว่า โรงเรียนวัดบางขวากเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 25 คน ก่อนเกิดเหตุมีนักเรียนที่เป็นนักกีฬาจะไปเตะบอล มาโรงเรียน ตอนช่วง 07.20 น. โดยเห็นไฟไหม้ที่บนเสาไฟซึ่งมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่และลามไปยังอาคารเรียน ซึ่งอยู่ใกล้กันจากนั้นกระแสไฟได้ตีกลับเข้ามาช็อตไหม้ห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในห้อง ผอ. เสียหายทั้งหมด ก่อนหน้าครูเวรได้เดินตรวจและเข้ามานั่งทำงานในห้อง จากนั้นเด็กก็ร้องโวยวาย รีบออกมาดูพบไฟกำลังลุกไหม้จึงได้รีบแจ้งตำรวจและหน่วยดับเพลิงมาช่วย
ด้านนักเรียนชั้น ป.6 ซึ่งเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน กำลังเตรียมตัวจะไปแข่งฟุตบอล กล่าวว่า เมื่อมาถึงโรงเรียนเห็นมีควันลอยมาจากเสาไฟใกล้อาคารเรียนจึงวิ่งไปดูก็เห็นมีไฟลุกไหม้ลามเข้าไปที่ตัวอาคารอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็เห็นกลุ่มควันที่อาคารเรียน บริเวณห้อง ผอ. จึงตะโกนเรียกครู และวิ่งไปบอกชาวบ้านให้มาช่วยกันดับ ซึ่งพวกตนก็ตกใจและรู้สึกเสียใจที่อาคารเรียนถูกไฟไหม้ไปเกือบทั้งหลัง
นางอารีย์ อุบล อายุ 65 ปี อดีตครูโรงเรียนวัดบางขวาก เล่าว่า สาเหตุที่ไฟเกิดขึ้นก็คือ เกิดจากตรงเสาไฟฟ้าช็อตที่เสาไฟฟ้า เด็กนักเรียนเห็น และตรงนั้นมันจะมีสายไฟหลายเส้นอยู่ มันจะมีไฟวิ่งมาที่อาคารหลังเตี้ย และเกิดเป็นควันขึ้นมา น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรตรงเสาไฟฟ้า อาคารนี้ทั้งหมด 5 ห้อง ห้องพักครู 1 ห้องห้องนาฏศิลป์ 3 ห้องเรียน ชั้น ป.3 อีก 1 ห้อง นอกจากนี้ไฟยังลามไปไหม้อาคารเรียนไม้เก่าหลังที่ 2 ซึ่งอยู่ติดกันเสียหายอีก 2 ห้องรวมทั้งหมด 7 ห้อง
อาคารเรียนดังกล่าว เป็นอาคารไม้เก่าแก่ อายุกว่า 60 ปี เนื่องจากเป็นอาคารไม้ จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงลุกลามจากสายไฟฟ้า เข้าไปในห้องนาฏศิลป์ ทำให้เครื่องดนตรีเสียหายทั้งหมด นับเป็นความโชคดีช่วงที่เกิดเหตุเป็นวันเสาร์ โรงเรียนหยุด หากเป็นวันที่ทำการเรียนการสอนนักเรียนมาโรงเรียน อาจมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยจะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป