"โครงกระดูกปริศนา" พบกะโหลกศีรษะ-ซี่โครง กลางร่องสวนชาวบ้าน ย่านพระประแดง ขนลุก ชาวบ้านเผยเรื่องหลอน ลูกสาววัย 7 ขวบ ผวาขณะพาเข้าไปดูจุดเกิดเหตุ บอกเห็นเด็กหญิงน่ากลัวนั่งกวักมือเรียก ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย  

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 15 ก.ค.66 พ.ต.ท.สายันต์ ภูพรรณา สว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง รับแจ้งพบโครงกระดูกมนุษย์ในร่องสวน ภายในซอยเพชรหึงษ์ 52 ถนนเพชรหึงษ์ หมู่ที่ 9 ต.บางกอบัว อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง 

ที่เกิดเหตุเป็นสวน มีเนื้อที่ประมาณ 11 ไร่ และมีการปรับพื้นที่ใหม่ ชิ้นส่วนโครงกระดูกของมนุษย์ จำนวน 3 ชิ้น คือ กะโหลกศีรษะ 1 ชิ้น และกระดูกซี่โครงอีก 2 ชิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำชิ้นส่วนกระดูกที่พบทั้งหมด ส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ

จากนั้น ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่หาเบาะแสเพิ่มเติม และตรวจสอบว่าในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียงมีการแจ้งบุคคลสูญหายหรือไม่ จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีเด็กชาย อายุ 14 ปี มาหาปลากับเพื่อนที่บริเวณดังกล่าว และหันไปเห็นชิ้นส่วนโครงกระดูกของมนุษย์อยู่บนพื้นที่ จากนั้นจึงไปแจ้งชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้น และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

จากการสอบถาม ด.ช.ภาณุเดช อภิรักษ์เล้าสกุล อายุ 14 ปี ผู้พบชิ้นส่วนโครงกระดูกดังกล่าวเป็นคนแรก ให้การว่า เมื่อ 2-3 วันก่อน ตนและเพื่อนๆ รวม 4 คน เข้ามาตกปลาที่ร่องสวนแห่งนี้ จึงเดินมาเรื่อยๆ จนถึงจุดดังกล่าว ก็พบโครงกระดูกมนุษย์ จึงถ่ายรูปไว้ไปให้ชาวบ้านดู จนกระทั่งวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุด พี่สาวก็เลยให้ตนพาเข้ามาดู และแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

ด้าน น.ส.รัตนา เริงสำราญ อายุ 48 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นพี่สาวขอ ด.ช.ภาณุเดช ผู้พบโครงกระดูก ตอนแรกที่น้องชายมาบอกว่าเจอโครงกระดูกมนุษย์ที่จุดดังกล่าว ตนยังคิดว่าน้องชายหลอกเล่น จนน้องชายเอารูปถ่ายจากมือถือให้ดู จึงรู้ว่าเป็นเรื่องจริงก็ตกใจ จากนั้นจึงให้น้องชายพามาดูจุดที่พบ เมื่อเห็นแล้วว่าใช่โครงกระดูกมนุษย์จริงๆ จึงรีบไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้เข้ามาดู และประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

ด้าน นายเต้ ภานุพันธ์ เริงสำราญ อายุ 29 ปี ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เปิดเผยถึงเรื่องสุดขนลุกขณะที่เจ้าหน้ากำลังเข้าไปตรวจสอบโครงกระดูกที่พบ ว่า ตนขับรถผ่านมาแล้วทราบเรื่อง จึงจอดรถลงไปดูพร้อมกับลูกสาววัย 7 ขวบ เมื่อเดินไปถึงจุดที่พบโครงกระดูก ลูกสาวมองเห็นอะไรบางอย่าง แล้วบอกว่ากลัว จากนั้นก็บอกกับตนว่า มีเด็กผู้หญิงน่ากลัวกวักมือเรียก ตนจึงรีบพาลูกสาวกลับบ้าน แล้วใช้น้ำมนต์ล้างหน้าลูกสาว จากนั้นอาการหวาดกลัวจึงลดลง

ขณะที่ นายอนุวัตร จำรูญการ ชาวบ้านละแวกดังกล่าว เล่าว่า ตนทราบเรื่องและเดินทางมาที่เกิดเหตุ แล้วเดินตามหลังครอบครัวเด็กหญิงวัย 7 ขวบ เข้าไปยังจุดพบโครงกระดูก จากนั้นไม่นานเด็กหญิงคนดังกล่าวก็ร้องว่ากลัว ซึ่งผู้เป็นพ่อก็ถามว่ากลัวอะไร เด็กหญิงก็ตอบว่ากลัวเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วจุดดังกล่าวไม่มีใครนั่งอยู่ตรงนั้นเลย จากนั้นครอบครัวจึงรีบพาเด็กหญิงเดินออกจากจุดเกิดเหตุทันที

"จุดดังกล่าวเพิ่งมีการปรับพลิกหน้าดินใหม่ ซึ่งแต่เดิมเป็นที่เก่าแก่ คาดว่าโครงกระดูกที่พบคงฝังอยู่ใต้ดินมานาน หลังจากทำการพลิกหน้าดินจึงถูกขุดติดขึ้นมา ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกลงมาชะล้างหน้าดินด้วย จึงปรากฏให้เห็นดังกล่าว" นายอนุวัตร กล่าว