นายอำเภอเมืองปทุมธานี เซ็นคำสั่งย้ายด่วน พร้อมตั้งกรรมการสอบ ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน กรณีสาวโพสต์ตัดพ้อไปติดต่อทำบัตรประชาชนให้พ่อป่วยติดเตียง กลับถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนบอกต้องแบกมาทำที่อำเภอเท่านั้น สุดท้ายต้องให้รถกู้ภัยช่วยพาไปแบบทุลักทุเล หลังกลับถึงบ้านเพียง 1 วัน พ่ออาการทรุดและสิ้นใจกลางดึก

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เรื่องราวพ่อป่วยติดเตียง แล้วบัตรประชาชนหมดอายุ แต่ทางอำเภอบอกว่าให้แบกคุณพ่อไป พร้อมข้อความระบุว่า บัตรประชาชนคุณพ่อหมดอายุ แต่คุณพ่อติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และอาการไม่ดีมาตลอด ถามแล้วถามอีกว่า มีวิธีอื่นไหมที่จะไม่ต้องแบกผู้ป่วยมา มันทุลักทุเลมากนะคะ หรือมีเจ้าหน้าที่ทางอำเภอไปตรวจสอบที่บ้าน แต่ทางอำเภอในจังหวัดปทุมธานี ยืนยันว่าต้องแบกผู้ป่วยมา ทำบัตรเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 อย่างทุลักทุเล จากนั้นพ่อเสียชีวิตในวันต่อมาคือเช้ามืดวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงได้มาโพสต์ไว้ไม่ได้ต้องการเรียกร้องใดๆ แต่ต้องการให้ระบบราชการมีการแก้ไข หรือขั้นตอนที่ดีกว่านี้เพื่อจะได้ไม่เกิดกับครอบครัวใครอีก และขอให้เคสพ่อตนเป็นเคสสุดท้าย

หลังจากนั้นเมื่อช่วงสายวานนี้ (29 มิถุนายน 2566) นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอเมืองปทุมธานี พร้อมกับนายภาณุพันธ์ เกษตรบริบูรณ์ ผญบ.ม.2 ต.บางหลวง เดินทางไปพบนางวิมลรัตน์ ใจบุญ และ น.ส.ปรางทอง ใจบุญ ภรรยาและลูกของนายสมหมาย ใจบุญ (ผู้เสียชีวิต) เพื่อมาแสดงความเสียใจ และกราบขอโทษกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอทราบข้อมูลจากลูกสาวและภรรยาผู้เสียชีวิต โดยนายอำเภอ รับปากว่าจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ว่าการอำเภอเมืองปทุมธานี และพบว่า นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอเมืองปทุมธานี ได้มีการเซ็นคำสั่งลงนามย้ายปลัดอำเภอที่รับผิดชอบงานบัตรประจำตัวประชาชน และเจ้าหน้าที่ห้องทะเบียนไปปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายบริหารงานปกครองและสำนักงานอำเภอ ซึ่งเป็นงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชนโดยตรงทั้ง 2 คน พร้อมแต่งตั้งให้นายณัฐวัฐ สาคุณ พระวุด ปลัดอำเภอเมืองปทุมธานี ปฏิบัติหน้าที่แทน

นอกจากนี้ ยังได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน แม้แต่สัสดีอำเภอ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ต้องพบปะประชาชนโดยตรง เพื่อเน้นการให้บริการ คำชี้แนะที่ถูกต้องโดยขอให้ทุกคนคิดว่าประชาชนทุกคนเปรียบเสมือนญาติของเรา และต้องสำนึกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่าจะเป็นเงินสร้างที่ว่าการอำเภอ เครื่องใช้สำนักงาน แม้แต่เงินเดือนก็เป็นเงินภาษีของประชาชน 

ดังนั้น จึงต้องให้ประชาชนที่มาใช้บริการพึงพอใจให้มากที่สุด หรืออย่างน้อยก็ต้องให้เขาพอใจ และเข้าใจว่าเราทำได้ไม่ได้หรือทำช้าเพราะอะไร เราต้องมีคำตอบที่ประชาชนพึงพอใจ ดังคำของหลวงพ่อปัญญา ที่กล่าวไว้ว่า “ข้าราชการ คือผู้ที่ทำงานให้ประชาชนชื่นใจ”