รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.พหลพลพยุหเสนา ชี้แจงกรณี "หมอมีน" ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ระบุเข้าเวรปกติ อยู่เวร 3-4 เวรต่อเดือน ตกประมาณสัปดาห์ละ 1 วัน ชี้ต้องอยู่เพื่อเป็นการเรียนรู้การทำงานในโรงพยาบาลระดับนี้ พร้อมเตือนแพทย์ทุกท่านต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าฝืนขับรถทางไกล
จากกรณี หมอมีน พญ.ญาณิศา สืบเชียง แพทย์อินเทิร์นปี 1 ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะเสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ขณะที่ทางแพทยสภาจะขอประสานข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานอย่างไรหรือไม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไป รพ.พหลพลพยุหเสนา ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบถาม เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ หมอมีน พญ.ญาณิศา สืบเชียง ได้รับการเปิดเผยจาก นายแพทย์รักษ์พงษ์ เวียงเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.พหลพลพยุหเสนา ทางวิดีโอคอล ระบุว่า
ก็ตามที่มีข่าวนี้ ผมได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการได้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ก็มี 2 กรณี กรณีแรกคือการทำงานของแพทย์จบใหม่โดยทั่วไปที่โรงพยาบาล กรณีที่สอง คือกรณีการเกิดเหตุ กรณีแรกคือโรงพยาบาลพหลฯ คือโรงพยาบาลจังหวัด ก็เป็นสถานที่ที่แพทย์จบใหม่จะมาฝึกทักษะ คือตามศักยภาพของโรงพยาบาลเรารับได้ 30 คน แต่ปีนี้ได้รับจัดสรรจากกระทรวง 14 คน ก็เนื่องจากห่วงเรื่องปัญหาภาระงานต่างๆ ทางโรงพยาบาลก็ได้จ้างแพทย์เพิ่ม เป็นแพทย์ที่จบจากมหาวิทยาลัยเอกชนอีก 7 คน ก็รวมเป็น 21 คน อันนี้ก็คือแนวทางที่โรงพยาบาลปรับตัวเพื่อที่จะให้แพทย์ไม่ทำงานหนักเกินไป แล้วแพทย์มาทำอะไรที่นี่บ้าง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการฝึกเรียนรู้ในเรื่องของการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในโรงพยาบาลต่างจังหวัด ส่วนใหญ่คุณหมอก็จะจบจากโรงเรียนแพทย์ต่างๆ
...
ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ดูแลในเรื่องของการทำงานร่วมกับแพทย์ประจำ มีแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ที่น้องๆ ต้องเรียนรู้ร่วม อีกเรื่องจะเป็นเรื่องการอยู่เวรที่จะเป็นประเด็นที่มีความห่วงใยว่าน้อง อยู่เวรเยอะไปรึเปล่า ปัจจุบันเราไม่ได้ให้น้องๆ อยู่เวรคนเดียว ก็จะให้แพทย์จบใหม่อยู่ร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง เช่นที่ห้องฉุกเฉินก็จะมีแพทย์เฉพาะทางฉุกเฉินอยู่ด้วยตลอดทุกเวร เพราะฉะนั้นทุกสาขาหลักไม่ว่าจะเป็น ศัลยกรรม อายุรกรรม ก็จะมีแพทย์คอยอยู่ให้คำปรึกษาตลอด รวมทั้งแพทย์ประจำบ้าน และนักศึกษาแพทย์จากศิริราชด้วย
สำหรับน้องที่จบมาซึ่งอยู่แผนกศัลยกรรม ซึ่งมีแพทย์ที่ฝึกทักษะอยู่ด้วยกัน 4 คน เพราะฉะนั้นน้องอยู่ประมาณเวร 3 ถึงเวร 4 ทุกๆ 4 วัน และก็มีเวรฉุกเฉิน ซึ่งมีน้องอยู่ 21 คน ก็จะอยู่ประมาณ 3 ถึง 4 เวรต่อเดือน ก็ตกประมาณสัปดาห์ละ 1 วัน และประเด็นเรื่องเวร ก็อาจจะต้องอยู่เพื่อเป็นการเรียนรู้การทำงานในโรงพยาบาลระดับนี้ แต่ก็มีการทำงานร่วมกับแพทย์สตาฟฟ์และแพทย์ประจำบ้าน อันนี้คือประเด็นที่ 1 การทำงานทั่วไปที่โรงพยาบาลจะปรับตัวเพื่อให้แพทย์ทำงานได้เหมาะสมที่สุด
นายแพทย์รักษ์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทีนี้ประเด็นของคุณหมอที่เกิดอุบัติเหตุ คุณหมออยู่แผนกศัลยกรรม ก็ได้อยู่เวรในคืนวันที่ 21 คือคืนก่อนหน้า แต่ว่าเมื่อได้ตรวจสอบแล้ว ในคืนนั้นก็มีผู้ป่วยไม่มากนัก มีผู้ป่วยรับใหม่ 3 คน ประมาณเที่ยงคืนก็ได้รายงานแพทย์สตาฟฟ์ หรือแพทย์ฉุกเฉิน เราไม่ได้เข้าผ่าตัดเอง ก็อันนั้นเป็นงานในคืนนั้น และก็วันรุ่งขึ้นน้องมาทำงานที่วอร์ดอุบัติเหตุ ซึ่งมีคนไข้อยู่ประมาณ 15 คน มาทำงานอยู่กับสตาฟฟ์และแพทย์ประจำบ้านที่จะมาคอยดูคนไข้และก็เซตผ่าตัดอะไรต่างๆ
และก็การเกิดเหตุของคุณหมอ ก็คือเกิดจากหลังเลิกงานในวันนั้น ซึ่งเป็นภารกิจส่วนตัว เข้าใจว่าไปพบเพื่อนร่วมงานอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ก็อาจไปเกิดอุบัติเหตุในต่างอำเภอ และก็มีการบาดเจ็บหลายแห่ง ก็ได้ส่งตัวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลพหลฯ ก็เกิดเหตุประมาณเย็นๆ ก็ได้มีการช่วยเหลือเบื้องต้นที่โรงพยาบาลนั้น และก็ต้องแวะรักษาเพิ่มเติมในการให้เลือดที่โรงพยาบาลระหว่างทางและก็มาถึงโรงพยาบาลพหลฯ ประมาณ 3 ทุ่ม และก็เข้าผ่าตัดประมาณ 4 ทุ่ม และคุณหมอก็เสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น ได้มีการบาดเจ็บหลายอวัยวะ ทางทีมแพทย์ซึ่งเป็นอาจารย์ของน้องเองก็เข้าร่วมผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอศัลยกรรม คุณหมอกระดูก คุณหมอประสาท ก็ได้ช่วยกันดูแลจนสุดความสามารถ หลังผ่าตัดก็มีอาการหนักอยู่ และเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้นประมาณเที่ยง ทางโรงพยาบาลก็แสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ในการดูแลหลังจากนี้เราก็ได้ทบทวนงานทั้งหมด เพื่อจะนำไปปรับปรุงดูแลแพทย์ที่อยู่ในความดูแลของเรา
ประเด็นสำคัญในเรื่องงาน ในเรื่องการเรียนรู้ของแพทย์ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทั้งในเวลาและนอกเวลา แต่ว่าในเรื่องของภาระงานทางโรงพยาบาล ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสม และการดูแลร่วมกันระหว่างแพทย์แต่ละสาขาที่มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ก็ทางโรงพยาบาลก็พยายามปรับภาระงานแต่ก็ต้องสอดคล้องกับแพทย์ที่ทางกระทรวงจัดสรรด้วย เรื่องของการพักผ่อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องพักในโรงพยาบาลและเวลาพักผ่อนของแพทย์ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่โรงพยาบาลจัดไวแล้ว และในเรื่องภารกิจส่วนตัวต่างๆ เช่นการจะต้องขับรถไปที่ไหนอันนี้ก็คงจะเป็นอิสระของแพทย์แต่ละท่าน ในส่วนที่โรงพยาบาลทำได้คือให้คำแนะนำว่าไม่ควรขับรถเดินทางไกลคนเดียว ไม่ใช่ว่าจะเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายเท่าไหร่ เนื่องจากว่าเป็นอีกอำเภอหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นพื้นที่ที่ถนนหนทางไม่ค่อยดีนักก็อาจจะต้องไปปรับปรุง คุณหมอที่ทำงานในโรงพยาบาลต่างอำเภอที่ห่างไกลก็อาจจะต้องดูแลเรื่องนี้ และอย่างน้อยก็ต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอ
“ความสูญเสียระดับชาติแน่นอน เพราะคุณหมอเพิ่งจบมาเรียน 6 ปี และคุณหมอเป็นแพทย์ในโครงการหนึ่งแพทย์หนึ่งอำเภอ ซึ่งเป็นคนเมืองกาญจน์แท้ๆ ตั้งใจกลับมาทำงานในพื้นที่ ซึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงเดือนก็อาจจะต้องมีการปรับตัวเรื่องถนนหนทาง เรื่องอะไรต่างๆ อาจจะไม่ชำนาญ อันนี้ก็เป็นความสูญเสียที่ไม่น่าเกิด ทางโรงพยาบาล ทางทีมงานแพทย์ทุกคนก็เห็นใจเป็นอย่างยิ่ง”
“เนื่องจากน้องเป็นข้าราชการ ก็ได้รับสิทธิ์ข้าราชการและเรื่องของการดูแลเรื่องค่ารักษา เรื่องครอบครัว เรื่องงานศพ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ทางโรงพยาบาลก็รับเป็นเจ้าภาพให้ตลอด” นายแพทย์รักษ์พงษ์ กล่าวท้ายสุด
ส่วน ทางด้านนายนิธาร สืบเชียง บิดาของหมอมีน เปิดเผยว่า “ตนได้คุยกับลูกสาวครั้งสุดท้ายทางไลน์ ลูกสาวสอบถามเส้นทางจากท่าม่วงไปหนองปรือ กับเมืองกาญจน์ไปหนองปรือ อันไหนใกล้กว่ากัน โดยปกติลูกสาวจะให้ตนขับพาไป”
...