คุณตาชาวสุพรรณบุรีวัย 73 ปี พบเป็นศพจมน้ำตายริมทุ่งนา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า ภรรยาและลูกสาวร่ำไห้สุดอาลัย เผยผู้ตายสายตาไม่ดี เป็นต้อหินมองเห็นข้างเดียวแค่ 40% คาดตื่นเช้ามาเดินสะดุดหน้าคว่ำตกคูน้ำ แล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ต.หญิง ขวัญข้าว อินาวัง พนักงานสอบสวน สภ.บางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตที่ริมทุ่งนา หมู่ 11 ตำบลโคกคราม จึงไปตรวจสอบ พร้อมสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวงสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าลอยอยู่ในคูน้ำริมนาข้าว ห่างจากบ้านพักของผู้เสียชีวิตประมาณ 60 เมตร ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาตรวจพิสูจน์ ทราบชื่อ นายกมล วงษ์ประเสริฐ อายุ 73 ปี เบื้องต้นไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชั่วโมง
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิต ภรรยาและลูกสาวซึ่งเป็นลูกเลี้ยงพากันร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยมีหลานชายของผู้เสียชีวิตอายุ 13 ปี ยืนกอดแม่และยายพร้อมกับพูดปลอบใจ บอกแม่กับยายว่าอย่าดูร่างของตา จะได้ไม่สะเทือนใจและอย่าร้องไห้ คนที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นแล้วถึงกับน้ำตาคลอเบ้ากันเลย
สอบถาม นางประไพ ชูกำลัง อายุ 71 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนและสามีมาทำงานรับจ้างเฝ้าที่ให้เถ้าแก่ ซึ่งมีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ มานาน ต่อมาสามีป่วยด้วยอาการตาเป็นต้อหิน จนตาบอดไปหนึ่งข้าง เหลือเพียงตาข้างซ้าย หมอบอกว่าการมองเห็นเหลือเพียง 40% ปกติทุกวันประมาณ 6 โมงเช้า หลังจากสามีตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา เสร็จ ก็จะช่วยหุงข้าวไว้และชงกาแฟดื่ม จากนั้นก็จะปั่นจักรยานไปช่วยเพื่อนบ้านที่ร้านค้า ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตรทุกวัน และจะกลับบ้านช่วง 5 โมงเย็น กระทั่งวันนี้ช่วงเช้าตนตื่นมาไม่เห็นสา มีซึ่งปกติจะตื่นก่อนตน จึงไปดูที่ห้องนอนซึ่งอยู่คนละห้องแต่ไม่เห็น จึงออกเดินหาบริเวณรอบบ้านก็ไม่พบ จึงเดินไปทางที่หน้าบ้านก็พบสามีเสียชีวิตอยู่ในคูน้ำ จึงโทรศัพท์บอกลูกซึ่งอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้มาดูและแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
ส่วนสาเหตุคาดว่าขณะที่ผู้เสียชีวิตเดินออกจากมาที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ติดกับที่นาของชาวบ้านที่เพิ่งจะหว่านข้าวไปไม่นาน จังหวะที่กำลังเดินไปที่ริมคูน้ำ เท้าเกิดสะดุดกับอะไรบางอย่าง ทำให้เสียหลักตกลงไปในคูน้ำลักษณะคว่ำหน้า ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นทางครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป.