ฟัง 2 มุม ปม "ทวี ไกรคุปต์" ขับรถเฉี่ยวชน เจ้าตัวยืนยันไม่ได้ยินเสียงตอนเฉี่ยวชน พร้อมรับผิดชอบค่าเสียหาย ด้านลูกชาย เผยหูของคุณพ่อได้ยินเสียงไม่ชัดมานานแล้ว
จากกรณี เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.กฤตณัฐ รัตนกุสุมภ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรี พ่อของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ว่ามีรถยนต์ปาดหน้ารถและขวางรถไว้อยู่บริเวณถนนศรีสุริยวงศ์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กง 8906 ปัตตานี ซึ่งเป็นรถยนต์ของ นายทวี ไกรคุปต์ ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถเบนซ์สีเทา สภาพรถด้านข้างซ้ายมีรอยเฉี่ยวชนจนมีรอยบุบ
ทั้งนี้ จากการสอบถาม นายทวี เล่าว่า กำลังจะไปร้านแอร์ใกล้จุดเกิดเหตุ เนื่องจากลืมของไว้ที่ร้านจึงขับรถจะไปเอาของที่ลืม แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถยนต์ปาดหน้าและจอดขวางไม่ให้ไปต่อ กลัวได้รับอันตรายจึงโทร. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ จึงสอบถามคู่กรณีจนทราบว่า รถของนายทวีได้ขับเฉี่ยวชนและไม่ยอมจอดลงมาเคลียร์ ตำรวจจึงแจ้งให้นายทวีทราบว่า ได้ขับรถเฉี่ยวชนรถคันดังกล่าว จนขับตามให้จอดรถลงมาเคลียร์ แต่ทางด้าน นายทวี ยืนยันไม่ได้เฉี่ยวชน ตำรวจจึงเชิญทั้งคู่ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองราชบุรี
...
ขณะที่ ฝั่งเจ้าของรถเบนซ์ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาอยู่เลนกลาง จนเห็นรถของนายทวี กำลังกลับรถและเข้าเลนซ้าย เมื่อรถตนแซงไปจู่ๆ รถของนายทวีก็ขับเข้ามาเฉี่ยวด้านข้างซ้ายจนรถได้รับความเสียหาย จึงชะลอรถเพื่อคิดว่านายทวีจะลงจากรถมาเคลียร์ แต่ไม่ยอมจอดรถแถมขับรถไปตามปกติ ตนจึงขับรถตามดังที่เป็นข่าว
ล่าสุด วันที่ 18 พ.ค. 2566 นายทวี ไกรคุปต์ เผยว่า วันเกิดเหตุกำลังจะเอารถไปทำแอร์แถวใกล้จุดเกิดเหตุ แต่ขณะกลับรถตรงจุดกลับรถมาอยู่เลนที่ 3 หรือเลนซ้ายสุด กำลังจะเข้าอยู่เลนกลาง แต่จู่ๆ มีรถยนต์ของคู่กรณีมาขับเบี่ยงและปาดหน้ารถของตน ซึ่งขณะนั้นตนไม่รู้ว่ารถได้เฉี่ยวชนกัน เนื่องจากตนไม่ได้ยินเสียง ถ้าตนรู้ว่ามีการเฉี่ยวชนกัน ตนคงจอดรถลงไปเคลียร์กับคู่กรณี แต่ตนไม่รู้จึงเข้าใจว่ารถคู่กรณีมาขับเบียดตนและปาดหน้ารถตนเพื่อจะหาเรื่อง จึงไม่ยอมจอดรถเพราะกลัวไม่ปลอดภัย
จากนั้น คู่กรณีได้จอดรถขวางตนไว้ และไม่ยอมลงจากรถเพื่อมาบอกตนว่าเกิดอะไรขึ้น คู่กรณีแค่เปิดกระจกรถและชะเง้อคอออกมาบอกรถตน ตนจึงทราบว่าคู่กรณีเป็นวัยรุ่น ทำให้ตนไม่ลงจากรถเพราะกลัวคู่กรณีทำร้าย ซึ่งเคยอ่านข่าวแค่มองหน้ากันแค่ขับรถปาดหน้ากันก็ยิงกันจนเสียชีวิต จึงโทร. แจ้ง 191 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ จนเมื่อตำรวจมาถึง คู่กรณีจึงยอมออกมาจากรถ และไปยืนอยู่อีกฝั่งถนนพร้อมหยอกล้อเล่นกันกับผู้หญิงที่มาด้วยกัน โดยไม่ได้มาบอกตนเลยว่ามีการเฉี่ยวชนกัน
สำหรับข่าวที่ออกไปว่า ตนขับรถชนและบอกไม่รู้ว่าชนหน้าตาเฉย ตนไม่โทษทางสำนักข่าว เพราะต้องออกข่าวตามที่ผู้สื่อข่าวส่งไป แต่ตนโทษทางผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าว เพราะผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวก็รู้จักกับตนดี ทำไมไม่มาสัมภาษณ์ตน จะได้เสนอข่าวตามความเป็นจริงทั้งสองทาง นี้ไม่ได้มาคุยหรือสอบถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับเอาไปลงข่าวแบบนั้น ทำให้ตนเกิดความเสียหาย ยืนยันว่าไม่รู้ว่ามีการเฉี่ยวชนจริงๆ เพราะหูของตนไม่ได้ยินเสียงเฉี่ยวชนกัน
ทั้งนี้ หากตนผิดตนยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง และอยากวอนสังคมโซเชียล อย่าตีตราว่าตนชนแล้วหนี เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุตนไม่เคยคิดหนี แต่ส่วนใหญ่ตนไม่รู้ว่ามีการเฉี่ยวชนกัน จนขับรถต่อไปตามปกติ ซึ่งทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาตนกล้าท้าให้ทุกคนตรวจสอบความจริงได้
ทางด้าน นายสีหเดช ไกรคุปต์ ลูกชายนายทวี หลังเกิดเหตุได้เดินทางมารอรับคุณพ่อกลับบ้าน โดยได้ให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าวว่า ช่วงจังหวะที่เกิดอุบัติเหตุ คุณพ่อได้โทร. บอกว่ามีคนจอดรถขวาง ไม่กล้าลงจากรถ แต่ได้โทร. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว จึงรีบขับรถมาที่โรงพักเพื่อดูคุณพ่อ ซึ่งหูของคุณพ่อได้ยินเสียงไม่ชัดมานานแล้ว จึงคาคว่าตอนเฉี่ยวชนคุณพ่อไม่ได้ยิน จึงขับรถต่อไปตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้คู่กรณีคิดว่าคุณพ่อเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี จึงอยากขอโทษคู่กรณีของคุณพ่อด้วย
...
อย่างไรก็ตาม อยากให้สังคมช่วยตรวจสอบข้อเท็จก่อนตัดสินคุณพ่อ เพราะคุณพ่อก็เหมือนคนแก่ขับรถ ซึ่งตนและปารีณา ได้ร้องขอให้คุณพ่อเลิกขับรถด้วยตนเองแต่ไม่สามารถห้ามได้ จึงจ้างคนขับรถมาให้ก็ไม่ถูกใจคุณพ่อสักคน.