อาจารย์ทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ผู้สืบสานศิลปะปูนปั้นเมืองเพชร ถึงแก่กรรมแล้ว ที่บ้านพัก ขณะมีอายุ 80 ปี
เมื่อเวลา 00.15 น.ของวันที่ 13 เมษายน 2566 รับแจ้งจากช่างธานินทร์ ชื่นใจ ช่างลายรดน้ำว่า อาจารย์ทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติ ถึงแก่กรรมแล้วที่บ้านพักในตำบลช่องสะแก อำเภอเมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์การเรียนรู้ศิลปะปูนปั้นเมืองเพชร บ้านศิลปินแห่งชาติ โดยเบื้องต้นทราบว่า ช่วงหัวค่ำอาจารย์ทองร่วงรับการรักษาตัวอยู่ที่ไอซียู โรงพยาบาลเพชรรัตน์ แต่เจ้าตัวได้ร้องขอกับภรรยาว่าให้พากลับบ้าน เพราะเชื่อว่าตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นาน ทางครอบครัวจึงได้พาอาจารย์กลับไปยังบ้านพัก และได้สิ้นลมเมื่อเวลา 00.15 น. นับเป็นความสูญเสียศิลปินแห่งชาติที่มีประวัติ และผลงานอันเลื่องชื่อของจังหวัดเพชรบุรีไปอีกราย
นายทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะปูนปั้น) เป็นศิลปินปูนปั้นและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะปูนปั้น มีฝีมือยอดเยี่ยมและจินตนาการอันบรรเจิดที่มีรูปแบบในการปั้นและสูตรเฉพาะตัวในการตําปูน ที่สืบทอดและอนุรักษ์ศิลปะปูนปั้นดั้งเดิม ของช่างเมืองเพชร มีผลงานปูนปั้นที่ซุ้มประตู ซุ้มหน้าต่าง ศาลาการเปรียญ และพระอุโบสถตามวัดในจังหวัดเพชรบุรีและต่างจังหวัดมากมาย เช่น วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดพลับพลาชัย วัดโคก และวัดเขาบันไดอิฐ ทั้งนี้ได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลงานมีทั้งประเภทความงามด้านประเพณีช่างโบราณ เช่น ช่อฟ้า ใบระกา ซุ้มประตู ซุ้มหน้าต่าง หน้าบัน คันทวย อย่างสวยงาม และประเภทแนวสร้างสรรค์สังคม โดยการปั้นรูปล้อเลียนบุคคลทางการเมืองในแต่ละยุคสมัยนอกจากนี้ผลงานปั้นยังสอดแทรกคติธรรม ข้อคิดต่างๆ เป็นการผ่อนคลายความเครียด และสะท้อนภาพสังคมในยุคนั้นๆ และยังก่อให้เกิดอรรถรสในการชมงานศิลปะปูนปั้น ทําให้ดูมีชีวิตชีวา ให้ความรู้สึกถึงความจริงแห่งวิถีในสังคมไทย ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าเพื่อให้ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และสังคมวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ นายทองร่วงยังเป็นกรรมการตัดสินการประกวดศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย และเป็นวิทยากรพิเศษสอนศิลปะปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชรให้กับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ นับว่าเป็นอาจารย์สอนศิลปะปูนปั้นต้นแบบที่สามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้สนใจวิชาศิลปะปูนปั้นได้อย่างดียิ่ง และอุทิศตนให้กับสังคม ดําเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมและอนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของไทยต่อไป นายทองร่วง เอมโอษฐ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะปูนปั้น) พุทธศักราช 2554
ทั้งนี้ นายทองร่วง เอมโอษฐ เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2486 ที่ตําบลบางกระบือ อําเภอบางคนทีจังหวัดสมุทรสงครามเป็นบุตรคนที่ 2 ในจํานวนพี่น้อง 4 คน ของนายยศ เอมโอษฐ และนางสําลี เอมโอษฐ สมรสกับนางบุญเรือน เอมโอษฐ มีบุตร 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน
จบนักธรรมชั้นเอก จากวัดอัมพวันเจติยาราม จังหวัดสมุทรสงคราม ปริญญากิตติมศักดิ์ จากสถาบันราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เริ่มทํางานปูนปั้นตั้งแต่ พ.ศ. 2504 จนถึงปัจจุบัน โดยปั้นงานให้กับวังและวัดต่างๆ ในจังหวัดเพชรบุรีและในต่างจังหวัด ต่อมา พ.ศ. 2522 ได้รับเชิญจากกรมศิลปากรในฐานะผู้เชี่ยวชาญพุทธศิลป์สถาปัตยกรรมและประติมากรรมไทย ในโครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเตรียมการฉลอง 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์
ครูทองร่วงเมื่อวัยเด็กหลังจากจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บิดามารดาก็ให้บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดบางใหญ่ ในอําเภอบางคนทีจังหวัดสมุทรสงคราม ระหว่างนั้นก็ได้รับความเมตตาจาก พระมหาเสวกจันทร์แดงสอนการคัดลายมือการเขียนลายไทยและการเขียนสีน้ำมัน เพื่อการเขียนป้ายต่างๆ ในวัดสามเณรน้อยตั้งใจศึกษาเล่าเรียน จนสามารถสอบนักธรรมตรีได้แล้วจึงย้ายไปวัดอัมพวันเพื่อศึกษาระดับนักธรรมโท และนักธรรมเอก
ต่อมา สามเณรทองร่วง ได้พบกับครูพิณ อินฟ้าแสง ช่างปั้นชั้นครูผู้ซึ่งกลายมาเป็นครูคนแรกที่สอนงานและถ่ายทอดแนวคิดต่างๆ ในงานศิลปะปูนปั้นให้จึงเกิดความประทับใจจนกลายเป็นความศรัทธาหลังลาสิกขาขณะอายุได้ 18 ปีหนุ่มน้อยทองร่วงจึงได้ใช้การเรียนรู้แบบครูพักลักจําจากการเฝ้าสังเกตดูครูพิณทํางานและทดลองปั้น พร้อมทั้งได้รับเอาวิธีการ เช่น ตําปูน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความมานะพยายามอย่างมากเพราะกว่าจะได้ปูน 1 กระป๋องต้องใช้เวลาตําถึง 3 วัน รูปแบบ การแก้ปัญหา และแนวความคิดในการสร้างสรรค์งานแบบอย่างครูพิณไว้ได้อย่างครบถ้วน จนสามารถก้าวขึ้นเป็นศิลปินปูนปั้นแถวหน้าของจังหวัดเพชรบุรีและได้รับการยอมรับนับถือจากช่างปูนปั้นทั้งเก่าและใหม่ในที่สุด
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ครูทองร่วงได้ทํางานออกแบบพระพุทธรูป โบสถ์และงานปูนปั้นสําคัญๆ มากมาย รวมทั้งออกแบบฐานพระประธาน พระพุทธชินราช และโบสถ์หลังใหญ่ วัดโตนดหลวงอําเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ลวดลายของโบสถ์และเจดีย์วัดกลางบางแก้ว อำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม ทําให้ชื่อเสียงของครูทองร่วง เป็นที่รู้จักแพร่หลายของคนทั่วไปทั้งในจังหวัดเพชรบุรีและต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น
...
งานหัตถกรรมปูนปั้นของครูทองร่วงแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทความงาม เช่นงานปั้น ประเพณีลวดลายโบราณ ดังเช่นที่ปรากฏในวัดพระแก้ว งานประเภทแฝงธรรมะที่ประดับตกแต่งตามวัดวาอารามต่างๆ และประเภทความคิดซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์ของครูทองร่วง ดังจะเห็นได้จากงานปั้นล้อเลียนการเมือง หรือเหตุการณ์ปัจจุบันในแนวการ์ตูน เช่น งานปั้นหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อครั้งเข้ารับ ตําแหน่งนายก รัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2518 ตามมาด้วยรูปบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศอีกหลายท่านรวมถึงงานปูนปั้น ประดับ "ศาลานางสาวอัมพร บุญประคอง" ในวัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรีซึ่งครูทองร่วงได้นำเรื่องราวจากวรรณคดี "พระอภัยมณี” มาผนวกกับเหตุการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตย 14 ตุลาคม 2516 และเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แล้วถ่ายทอดมาเป็นงานปูนปั้นอย่างมีแง่คิดและสวยงาม
ครูทองร่วงบอกเสมอว่า "ผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตคือการที่ได้รับเชิญจากกรมศิลปากรในฐานะผู้ เชี่ยวชาญด้านพุทธศิลป์สถาปัตยกรรมและประติมากรรมไทยในโครงการ บูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเตรียมการฉลอง 200 ปีกรุงรัตนโกสินทร์" ในครั้งนั้นครูทองร่วงได้เป็นผู้ออกแบบและควบคุมช่างนับ ร้อยให้ทํางานจนสําเร็จลุล่วงไปอย่างดียิ่ง นับเป็นเกียรติประวัติของชีวิต ตลอดจนเป็นการฝากงานฝีมือให้คนรุ่นหลังได้เห็นความสวยงามและซาบซึ้งในศิลป หัตถกรรมปูนปั้นที่ทรงคุณค่าของไทย
ก่อนถึงแก่กรรม ครูทองร่วงตัดสินใจที่จะบ่มเพาะช่างรุ่นหลังๆ ไว้สืบทอดศิลปะแขนงนี้จึงมุ่งเน้นการสอนเพียงอย่างเดียว ครูค่อยๆ ฝึกคนทํางานทีละ 4-5 คน เพื่อหัดทำปูนปั้นลายง่ายๆ พอชำนาญสามารถทำลายยากๆ ได้ครูก็จะเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์ไปรับงานเองได้ เวลาใดที่มีงานใหญ่ครูก็จะระดมบรรดาลูกศิษย์มาร่วมกันทําและต่อยอดด้วยการสอนคนใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้นอกจากงานศิลปะปูนปั้นลอยตัวที่งดงามราวกับมีชีวิตซึ่งครูทองร่วงได้ทุ่มเทพลังเพื่อสร้างสรรค์คู่วัดวาอารามด้วยความตั้งใจทำเป็นพุทธบูชา ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าครูทองร่วงยังได้มุ่งมั่นอนุรักษ์หัตถกรรมปูน ปั้นแบบดั้งเดิมของช่างเพชรบุรีให้อยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป
...