พ่อแม่สุดช็อก ส่งลูกสาววัย 4 เดือน ไปสถานเลี้ยงเด็ก ผ่านไป 2 ชั่วโมง พี่เลี้ยงโทร.บอกลูกตัวเขียว-หมดสติ รีบนำส่ง รพ. หมอสุดยื้อดับสลด พ่อแม่คาใจพี่เลี้ยงเด็ก ด้านพี่เลี้ยงเผยก่อนเกิดเหตุเด็กสำลักนม-ก่อนนอนนิ่ง พยายามยื้อช่วยชีวิตทำดีที่สุดแล้ว พร้อมขอโทษ-ยอมรับผิดตาม ก.ม.
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดม่วงชุม ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพสวดอภิธรรม ด.ญ.ธัญชนก ยอแซฟ หรือ "น้องปันปัน" อายุ 4 เดือน 14 วัน ซึ่งเสียชีวิตหลังพ่อกับแม่พาไปฝากเลี้ยงไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าม่วง ได้เพียง 2 ชั่วโมง
โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางอารียา เรืองรื่น ผู้เป็นยาย และนางสำรวย พลอยส่วน ผู้เป็นย่า ซึ่งทั้งคู่เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ลูกชายกับลูกสาวจ้างคนแถวบ้านเลี้ยงลูก และพอมารู้อีกทีหลานก็อยู่ที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตแล้ว พวกตนอยากขอความเป็นธรรมให้กับหลาน ซึ่งตอนที่ลูกตนไปถามกับครอบครัวคนรับเลี้ยง ก็มีคำพูดจากญาติว่าตายก็ติดคุกจบไป
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเดินทางมา ที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อพบกับ พ.ต.อ.สราวุธ ศรีสังวรณ์ ผกก.สภ.ท่าม่วง ซึ่งกำลังสอบถามรายละเอียดกับ นายณัฐพงษ์ ยอแซฟ อายุ 30 ปี และ น.ส.เก่ง เกษกาญจน์ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของน้องปันปัน เบื้องต้น พ.ต.อ.สราวุธ ได้ให้ตำรวจชุดสืบสวนไปเชิญตัวพี่เลี้ยงมาสอบสวนที่โรงพัก พร้อมเอาตะกร้าเสื้อผ้าและขวดนมของเด็กมาด้วย โดยให้ ร.ต.อ.ศุภกร พาณิชย์เจริญ พนักงานสอบสวนเป็นคนสอบปากคำ
จากการสอบปากคำ นายณัฐพงษ์ พ่อน้องปันปัน ให้การว่า ตนต้องทำงานภาระเยอะเลยต้องจ้างคนเลี้ยงลูก โดยพี่สาวภรรยาเป็นคนติดต่อคนเลี้ยงให้ จ้างวันละ 150 บาท เพิ่งจ้างเลี้ยงวันแรก ตอนที่รู้เรื่องตนยังทำงานอยู่เลย ภรรยาเป็นคนโทร. มาบอกว่าลูกเข้าโรงพยาบาล จึงรีบมาดูพอมาถึงก็ทราบว่าหมอกำลังปั๊มหัวใจอยู่
"ผมไม่อยากได้อะไร อยากถามเขาว่าดูแลลูกผมยังไง เขาบอกผมว่าดูเด็ก 24 ชั่วโมง แล้วปล่อยให้ลูกผมเป็นอย่างนี้ได้ยังไง" ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยความเสียใจ
ขณะที่ น.ส.เก่ง แม่น้องปันปัน ให้การว่า ตนต้องไปทำงานกับสามี จึงต้องจ้างคนเลี้ยงลูก โดยเพื่อนร่วมงานได้แนะนำผ่านพี่สาวตนมา พอตกลงกันเสร็จ ช่วงเช้าวันที่ 22 มี.ค. ตนก็นำลูกไปฝากเลี้ยงไว้ที่สถานรับเลี้ยงดังกล่าว ตอนนั้นลูกไม่มีอาการอะไร มีเพียงน้ำมูกใส ตอนพาลูกไปส่งตนไม่ได้เอะใจอะไร เพราะมั่นใจว่าเขาเลี้ยงมานานแล้ว พอผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง คนรับเลี้ยงก็โทร.มาบอกว่า ทำไมไม่บอกว่าลูกไม่สบาย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้วเขาก็ร้องไห้ พอตนไปถึงโรงพยาบาลก็เห็นสภาพลูกปากเขียว ไม่ได้สติ เนื่องจากขาดออกซิเจนแล้ว
ด้าน น.ส.หรี่ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี พี่เลี้ยงเด็ก ให้การว่า ตนรับเลี้ยงน้องปันปันตั้งแต่ 7 โมงเช้า ปกติก็อาบน้ำ ป้อนนม และเอาเข้านอน ตอนที่อาบน้ำแล้วให้นมก็มีการสำลักนม 1 ครั้ง ก็คิดว่าแค่สำลัก ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ยังอุ้มเล่นอยู่ สักพักเด็กง่วงเราก็เอาเข้านอน ก็อยู่ด้วยจนเด็กหลับ จากนั้นก็เข้าไปกินข้าวในครัว ปกติจะเช็กเด็กตลอดทุก 5 และ 10 นาที ก็เห็นเด็กนอนนิ่ง จากนั้นจึงเอาน้องมาที่ห้องโถง คือตนไม่รู้ว่าน้องหยุดหายใจหรือไม่หยุดหายใจหรืออะไรสักอย่าง ตนก็ปั๊มหัวใจไป 3 ครั้ง คือ ปั๊มครั้งที่ 1 ก็มีน้ำมูกทะลักออกมา ครั้งที่ 2 ก็ออก ครั้งที่ 3 ก็ออก จนแม่บอกให้ตนรีบพาไปโรงพยาบาล
"ตนรับเลี้ยงเด็กมา 10 ปี เลี้ยงมา 130 คน มีประวัติทุกคนเช็กได้เลย ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เคสนี้เป็นเคสแรก ส่วนเรื่องก็ให้เป็นไปตามกระบวนกฎหมาย เราเต็มที่ไม่ทำแล้วรู้สึกแย่ ขอโทษพ่อแม่เด็กด้วยที่เหตุการณ์มันเป็นแบบนี้ ตอนเกิดเหตุตนก็ช่วยสุดความสามารถ ขอโทษ ตนทำดีที่สุดแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กป่วยหรือไม่ป่วยมาก่อน ไม่รู้เลย ตนพลาดเอง ตอนรับเด็กมาไม่ได้ถามว่าน้องป่วยมาก่อนหรือเปล่า" พี่เลี้ยงเด็กกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่าย โดยละเอียดแล้ว และจะรอผลการชันสูตรศพเด็กจากนิติเวช รพ. โดยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นจะนำมาประกอบสำนวนการสอบสวนอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป