ไฟไหม้บ้านหลังใหญ่ที่โคกสำโรง จ.ลพบุรี กลางดึก คนในบ้าน 3 คน ไปนอน รพ. 1 คน ไปธุระที่ กทม. 1 คน เหลือคนป่วยเป็นอดีตพยาบาลวัย 69 ปี อยู่บ้านคนเดียว พยายามโทรหาหลานสาวให้มาช่วย แต่หลานไม่ได้ยิน ถูกไฟคลอกเสียชีวิตพร้อมสุนัขพันธุ์ชิสุ 4 ตัว คาดไฟฟ้าลัดวงจรไหม้ลามจากสายไฟเข้ามาในบ้าน
เวลา 03.58 น. วันที่ 22 มี.ค. 66 พ.ต.ท.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ สารวัตรสอบสวน สภ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่ซอยเทศบาล 2 ต.โคกสำโรง จึงได้ประสานรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลโคกสำโรง 3 คัน รถดับเพลิงเคลื่อนที่เร็ว และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ไปที่เกิดเหตุ
พบบ้านเลขที่ 36 ซ.เทศบาล 2 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เพลิงกำลังโหมลุกไหม้บ้านสองชั้นอย่างรุนแรง ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนบ้าน ต่างตะโกนเรียกคนที่ยังไม่ตื่น รีบเก็บข้าวของวิ่งหนีออกจากบ้านกันชุลมุน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามเข้าสกัดเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด โดยใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พบบ้านหลังใหญ่ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่ชั้นล่างของบ้าน พบร่าง นางประนอม และเชื้อ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้านถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิง พร้อมสุนัขอีก 4 ตัว
นางอาภาภรณ์ วิเศษ อายุ 44 ปี หลานสาวผู้ตายที่บ้านอยู่ติดกันเล่าว่า บ้านที่ไฟไหม้เป็นบ้านของ นางประนอม และเชื้อ อายุ 69 ปี น้าสาว ซึ่งปกติอาศัยอยู่ 3 คน เมื่อวาน นางต้อม และเชื้อ อายุ 62 ปี น้องของนางประนอมไปหาหมอ และได้นอนที่ รพ. ส่วนญาติอีกคนลงไปกรุงเทพฯ ช่วง 01.50 น. ผู้ตายได้โทรไลน์หาตนแต่ไม่ได้ยิน จนเวลาประมาณ 03.40 น. น้าที่อยู่กรุงเทพฯ ได้โทรมาบอกว่า ไฟไหม้บ้านพี่ประนอม มองไปเห็นว่าไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงแล้ว ไม่สามารถเข้าไปช่วยน้าได้ และบ้านน้ามีประตูเหล็กดัดล็อกสองชั้น จึงได้ตะโกนบอกเพื่อนบ้านให้ช่วย ก่อนโทรแจ้งตำรวจและดับเพลิง
นางฉลวย กล่าวต่อว่า น้าประนอมอดีตเคยเป็นพยาบาล ป่วยด้วยโรคเส้นประสาทขาชา มีน้ำหนักมาก เดินไม่สะดวก ประกอบกับสูงวัย อาศัยอยู่กับ น้าต้อม เดชะบุญ ซึ่งเมื่อวานหมอให้น้าต้อมนอนรอดูอาการที่ รพ. และเพลิงไหม้ทำให้สุนัขพันธุ์ชิสุ อีก 4 ตัว ตายไปในกองเพลิงพร้อมน้า
จากการตรวจสอบเบื้องต้นและสอบสวนพยานคาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟ ลุกลามเข้ามาในตัวบ้าน ผู้ตายพยายายามโทรหานางอาภาภรณ์ หลานสาว ให้ช่วย แต่ไม่ได้ยิน จนไหม้ลุกลามและเกิดเหตุสลดดังกล่าว เบื้องต้นประเมินค่าเสียไว้ประมาณ 5 ล้านบาทเศษ ส่วนสาเหตุต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงตรวจสอบอีกครั้ง ศพผู้เสียชีวิตได้นำส่งตรวจพิสูจน์ ที่ รพ.โคกสำโรง.