ตรวจสอบพระในภาพมนต์รักปาท่องโก๋ พบเป็นถึงอดีตเจ้าอาวาส วัดดังที่ลพบุรี ด้านชาวบ้านแฉ มาอยู่ได้ไม่นาน วีรกรรมเพียบ เปิดกุฏิถึงกับอึ้ง เจอทั้งภาพลับ อวัยวะสิ่งเทียม ชั้นในปักชื่อคู่

วันที่ 13 ก.พ. 2566 จากกรณีเพจ "อีซ้อขยี้ข่าว2" เปิดภาพ อ้างเป็นพระวัดดังที่ลพบุรี นอนกอดกันกลม บอกเด็กอนุบาลก็รู้ว่าไม่ควรทำ โดยมีคนในโลกโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นไม่ขาดสาย เนื่องจากช่วงนี้วงการสงฆ์ถูกแฉอย่างต่อเนื่อง (อ่านต่อ : มนต์รักปาท่องโก๋ เพจดังแฉ พระวัดดังที่ลพบุรี นอนกอดกันกลม)

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดเขาวงพระจันทร์ ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พบว่าที่ศาลาอเนกประสงค์ของวัด มีพระธวัชชัย สิริธโช เจ้าอาวาสวัดเขาวงพระจันทร์ พระครูภัทรปัญญาวุธ เจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง นายสิทธา ภู่เอี่ยม นายอำเภอโคกสำโรง ว่าที่ร้อยตรีเกรียงไกร ภาชนะทิพย์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกสำโรง มารอ พระเทพเสนาบดี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ซึ่งจะเดินทางมาสอบสวน และฟังคำชี้แจง

...


จากการสอบถาม พระมหาธวัชชัย สิริธโช ทราบว่า ภาพที่ปรากฏในโซเชียลนั้น ไม่ใช่พระที่วัด และสถานที่ในภาพก็ไม่ใช่ที่วัดเขาวงพระจันทร์ ซึ่งพระรูปดังกล่าวเคยมาช่วยงานประเพณีขึ้นเขาวงพระจันทร์ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. - 12 ก.พ.66 ที่ผ่านมา โดยลงชื่อว่า พระธนสรัญวิลัย สังกัดวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ

โดย พระธนสัรัญวิลัย เคยมาช่วยงานของวัดเมื่อปีที่ผ่านมา เห็นว่าเจตนาดี และก็มีพระหลายรูปจากหลายพื้นที่มาช่วยงานเช่นกัน ซึ่งหลังจากเสร็จงานก็ได้ให้ปัจจัยเพื่อเดินทางกลับ จนมาทราบวันนี้ว่ามีเรื่องอื้อฉาวโดยระบุชื่อวัดด้วย ซึ่งต้องขอปฏิเสธว่าทางวัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว คงจะเป็นเรื่องส่วนตัวของพระธนสรัญวิลัยเอง และขอยืนยันว่าภาพในโซเชียลนั้นไม่ใช่ที่วัด เพราะวัดได้จัดเต็นท์ให้นอนรวมกับพระรูปอื่นๆ กว่า 100 รูป

ทั้งนี้ พระเทพเสนาบดี ได้สอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัดที่กรุงเทพฯ ถึงเรื่องดังกล่าว โดยปลายสายเป็นเจ้าอาวาส กล่าวว่า พระธนสรัญวิลัย เคยมาบวชที่นี่แล้วสึกไปนานแล้ว ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด และไม่ทราบว่าไปทำเรื่องอื้อฉาวในพื้นใดเช่นกัน

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดสระพรานจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี หลังจากทราบว่า พระธนสรัญวิลัย เคยจำวัดอยู่ที่นี่ โดยมีชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า พระรูปดังกล่าว คือ พระครูสังฆรักษ์ธนสรัญ พลธมโย (พระอาจารย์ณัต) เลขานุการเจ้าคณะตำบลห้วยโป่งเขต 1 เจ้าอาวาสวัดสระพรานจันทร์ เป็นเจ้าอาวาสวัดตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งตั้งแต่มาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ปีแรกๆ ก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัด และปฏิบัติตามกิจของสงฆ์ แต่อยู่ได้สักระยะหนึ่งได้ปลูกกุฏิลักษณะคล้ายรีสอร์ตภายในวัด ท่ามกลางเสียงคัดค้านของชาวบ้าน แต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากมีลูกศิษย์และชาวบ้านบางคนสนับสนุน ซึ่งกุฏิหลังดังกล่าวใช้งบประมาณไป 4 แสนบาทเศษ ทาสีฟ้า ติดแอร์ 2 ตัว มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบ หลังจากนั้นได้มีพระอีกรูปอายุประมาณ 50 ปีเศษ มีรถหรูราคาแพงมาอยู่ด้วย โดยเจ้าอาวาสเรียกว่าป๊า (พ่อ) อยู่ได้ประมาณ 2 พรรษา ก็ออกจากวัดไป

ด้านลุงจำเนียร อายุ 72 ปี ซึ่งมาทำความสะอาดที่วัด และทำบุญที่วัดอยู่บ่อยๆ อ้างว่า ตั้งแต่เจ้าอาวาสรูปนี้มาอยู่ที่วัด ไม่เคยปฏิบัติกิจของสงฆ์เช่นพระรูปอื่นๆ ไม่เคยออกบิณฑบาต ตื่นสาย มีหมามาเลี้ยง 3 ตัว วันๆ ขลุกอยู่ในห้อง แต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง จนผู้นำท้องถิ่นเข้าไปตักเตือนแต่ก็ถูกข่มขู่ และมีเรื่องบาดหมางกับชาวบ้านอยู่เรื่อยมา เป็นที่เอือมระอาของชาวบ้านที่เริ่มเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของเจ้าอาวาส

หลังจากพระที่มาอยู่ด้วยได้ออกจากวัดไป ก็มีสามเณรชื่อ "บาส" มาอยู่ด้วย ครั้งนี้ชาวบ้านเริ่มเห็นพฤติกรรมความสนิทสนมของเจ้าอาวาสกับเณรบาส ที่มักแสดงบทหึงหวงซึ่งกันและกัน

ขณะที่ นายสมศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ซึ่งอยู่ใกล้วัด เล่าว่า หลังจากนั้นพระสูงอายุได้กลับเข้ามาที่วัดอีกครั้ง โดยขับรถโตโยต้า อัลพาร์ด และมีชายฉกรรจ์อีกคนขับรถเบนซ์เข้ามาไล่ชนสามเณรบาส ก่อนจะขู่อาฆาต ซึ่งคาดว่าจะเกิดจากความหึงหวง จนทั้งคู่อยู่วัดไม่ได้ หนีไปสึกที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.บ้านหมี่ แต่ไม่ได้กล่าวคำสึก เพียงแค่เปลี่ยนจีวรเป็นชุดขาวแบบฆราวาส จากนั้นชาวบ้านก็ได้มาทาสีกุฏิใหม่ จากสีฟ้าเป็นสีเหลือง 

ซึ่งจากการตรวจสอบภายในกุฏิ เรียกว่าทำให้หลายคนตกตะลึง เพราะพบชุดชั้นในหวานแหวว เสื้อคู่ รองเท้า อวัยวะสิ่งเทียม สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อีกทั้งยังพบภาพสะเทือนใจชาวพุทธ ที่เจ้าอาวาสได้บันทึกเก็บไว้ เป็นภาพกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับพระด้วยกัน รวมถึงภาพที่สลัดผ้าเหลืองจากวัดไปเที่ยวชายทะเลกับผู้ชาย

โดย นายสมศักดิ์ ยังบอกด้วยว่า มีผู้พบเห็นอดีตเจ้าอาวาสเข้ามาป้วนเปี้ยนภายในวัดสักระยะหนึ่ง จนมาทราบอีกครั้งว่าแต่งกายเป็นพระมาช่วยที่วัดเขาวงพระจันทร์ ซึ่งไม่รู้ว่าขณะนี้เขาเป็นพระจริงหรือพระปลอม ซึ่งทางสำนักพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรีได้กำชับทุกวัดในเขตพื้นที่จังหวัดลพบุรี ห้ามรับไว้ หรือผู้ใดพบเห็นให้แจ้งสำนักพุทธฯ หรือตำรวจพื้นที่.

...