ดาราสาว “มินดา” มาพร้อมทีมงานทนายนิด้า แจ้งความเพิ่มเติมที่สภ.คลองหลวง ปทุมธานี ดาราชาย ฟ. ทำให้เดือดร้อนรำคาญ คุกคาม โทรขู่ “มึงเจอกูแน่” ก่อนบุกถึงหน้าบ้านในยามวิกาล เชื่อไม่เลิกราง่ายๆ เพราะรู้นิสัยดี จึงต้องพึ่งกฎหมาย ห่วงฝ่ายชายอาจป่วยทางจิต เพราะชอบทำร้ายตัวเอง
เวลา 10.30 น. วันที่ 25 พ.ย. 65 ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี "น.ส.มินดา มีทรัพย์สิน" นักแสดงสาว พร้อมทีมงานทนายความของ น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายนิด้า แจ้งความกับ พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ให้ดำเนินคดีพระเอกหนุ่ม “ฟ.” ซึ่งเป็นแฟนเก่า หลังตามมาข่มขู่ถึงหน้าบ้านและมีพฤติกรรมรุนแรงจนเกิดความหวาดระแวง
ด้านน.ส.มินดา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา พระเอก ฟ. ได้โทรศัพท์มาข่มขู่ตนเองโดยบอกว่า “มึงเจอกูแน่” ก่อนจะบุกมาถึงหน้าบ้านในช่วง 01.00 น. ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พระเอก ฟ. บอกกับผู้จัดการของตัวเองแล้วว่าจะไม่มายุ่งกัน โดยตนได้เลิกรากันไปตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะทนรับพฤติกรรมของเขาไม่ไหว ไม่ว่าจะดึงมือตนไปตบหน้าเขา กระชากแขนจนได้รับบาดเจ็บ แรงสุดถึงขั้นข่วนหลังจนเนื้อหลุด แต่อ้างว่าหยอก ตนก็ทนไม่ได้ ซ้ำเขายังต่อยหน้าตน และเอาหัวโขกกำแพง จึงตัดสินใจมาแจ้งความในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่นเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย
...
อย่างไรก็ตาม พ่อของพระเอกหนุ่มรายนี้ทราบเรื่องแล้ว และติดต่อมาขอร้องไม่ให้แจ้งความ ซึ่งจนถึงตอนนี้ พระเอกหนุ่มก็ไม่ได้ติดต่อเข้ามาพูดคุย และก่อนหน้านี้ ที่ได้แจ้งความกับตำรวจ สน.บางเขน ว่าถูกทุบรถที่ห้างฟู้ดแลนด์ย่านรามอินทรา แต่เมื่อตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วไม่พบว่ารถยนต์ได้รับความเสียหายนั้น หลังจากนี้จะติดต่อไปเข้าพบตำรวจอีกครั้ง เนื่องจากตนต้องการใบลงบันทึกประจำวันไปเป็นหลักฐานในการขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด
“ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นแล้ว แต่เชื่อว่าเขาจะไม่หยุด เพราะรู้จักเขาดีว่าเขาจะไม่ยอมจบง่ายๆ และสาเหตุที่เราไม่ไปต่อ เขาก็รู้อยู่แก่ใจ เพราะถ้าตัวเองไม่ได้รับบาดแผล ก็ต้องมีสิ่งของเสียหาย ตอนนี้ก็กังวลว่าหากเขามีอาการป่วยทางจิตก็อาจส่งผลต่อรูปคดีหรือไม่ เพราะเขาชอบทำร้ายตัวเอง แต่หากป่วยจริง ก็ยินดีอโหสิกรรม แต่ต้องการให้เขาออกมารับผิดชอบการกระทำของตนเอง” น.ส.มินดา กล่าว
ขณะที่ทีมทนายเผยว่า คดีนี้สามารถยอมความกันได้ แต่ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายเจรจากันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุที่เป็นอันตรายต่อไปอีกในอนาคต จึงต้องใช้กระบวนการตามกฎหมาย