หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นเด็กเล็กถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีงบประมาณ 2566-2567

โดยมีหลักเกณฑ์ โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน 1-40 คน จะได้รับค่าอาหารกลางวัน 36 บาท/คน/วัน โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน 41-100 คน จะได้รับ 27 บาท/คน/วัน โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน 101-120 คน จะได้รับ 24 บาท/คน/วัน และโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน 121 คนขึ้นไป จะได้รับ 22 บาท/คน/วัน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และปัญหาภาวะทุพโภชนาของนักเรียน

นั่นหมายถึง นักเรียนจะได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพมากขึ้น ในปริมาณมากขึ้น ตรงตามหลักโภชนาการมากขึ้น ใช่หรือไม่ ถ้าตอบตรงนี้ก็คือ ใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน มีผลอย่างยิ่งต่ออาหารกลางวันเด็ก
ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน มีผลอย่างยิ่งต่ออาหารกลางวันเด็ก

ที่โรงเรียนวัดหุบกระทิง ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หนึ่งในโรงเรียนที่ประสบปัญหางบประมาณโครงการอาหารกลางวันไม่เพียงพอ ที่ผ่านมา มีการเรียกร้องจากคณะครู ผู้ปกครอง ให้มีการปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียนเพิ่มขึ้น

@นักเรียน 490 คน ได้เพิ่มหัวละ 1 บาท

นางสิริญา บึงไพศาลสมบูรณ์ ครูผู้รับผิดชอบโครงการอาหารกลางวันนักเรียน เปิดเผยว่า โรงเรียนวัดหุบกระทิง เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัย ไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 490 คน แบ่งเป็นนักเรียนระดับชั้นปฐมวัย 56 คน ประถมศึกษา 1-6 จำนวน 310 คน และมัธยมศึกษา 1-3 จำนวน 124 คน ทำให้ได้รับงบประมาณค่าอาหารกลางวันเพิ่มจากเดิมที่ 21 บาท/คน/วัน เป็น 22 บาท/คน/วัน หรือคิดเป็นเงินที่จะได้รับเพิ่มขึ้นจำนวน 366 บาท/วัน

@จากไก่ หมูสับ อาจๆได้กิน “หมูชิ้น” ในบางวัน

“แม้ว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้กับโรงเรียนได้ไม่มาก แต่ก็ยอมรับว่างบประมาณดังกล่าว ช่วยทำให้การบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนดีขึ้น นักเรียนจะได้รับประทานเนื้อสัตว์ จากเดิมที่เน้นรับประทานเนื้อไก่ ปลา และหมูสับ เงินที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้สามารถซื้อเนื้อหมูชิ้นมาประกอบอาหาร แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องใช้จ่ายอย่างรัดกุมเหมือนเดิม เนื่องจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีความผันผวน แต่โชคดีที่โรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากวัด และชุมชน ในเรื่องของการสนับสนุนวัตถุดิบอาหาร สามารถดำเนินการโครงการอาหารกลางวันให้กับนักเรียนไปได้

ผลดีจะตกอยู่กับโรงเรียนขนาดเล็ก ได้ค่าอาหารกลางวันเพิ่มเป็น 36 บาทต่อหัว สามารถจ้างแม่ครัวทำอาหาร ครูจะได้มีเวลาสอนเด็ก
ผลดีจะตกอยู่กับโรงเรียนขนาดเล็ก ได้ค่าอาหารกลางวันเพิ่มเป็น 36 บาทต่อหัว สามารถจ้างแม่ครัวทำอาหาร ครูจะได้มีเวลาสอนเด็ก

@เป็นผลดีกับ “โรงเรียนขนาดเล็ก” มีเงินจ้างแม่ครัว

ขณะที่ ดร.สุนันทา ปานณรงค์ ผอ.โรงเรียน เปิดเผยว่า นโยบายการปรับค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนตามขนาดโรงเรียน เพื่อช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กมาก่อน รู้สึกยินดีกับโรงเรียนขนาดเล็ก ที่จะมีงบประมาณมาจ้างแม่ครัวประกอบอาหารกลางวัน ส่วนครูก็จะได้กลับไปทำหน้าที่สอน ไม่ต้องหยุดมาประกอบอาหารให้กับนักเรียน ขณะที่นักเรียนเองก็จะได้เรียนครบหลักสูตร และรับประทานอาหารที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น

@ห่วงกลุ่มนักเรียนด้อยโอกาส เสี่ยงหลุดจากระบบฯ

แต่อยากฝากไปถึงรัฐบาลปัจจุบัน และผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลในอนาคต ได้หันมาสนใจกลุ่มนักเรียนมัธยมต้นในโรงเรียนขยายโอกาส ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ครอบครัวขาดความพร้อม มีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน อาจจะนำไปสู่ปัญหาสังคม และอาชญากรรมในอนาคต ด้วยการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวันเด็กนักเรียนขยายโอกาสทั่วประเทศ แต่หากต้องใช้งบประมาณมากจนเกินไป ก็ให้ทางโรงเรียนพิจารณาคัดเลือกเด็กนักเรียนยากจนพิเศษเป็นรายบุคคล เพื่อมอบทุนอาหารกลางวัน

ปริมาณอาหารในสำรับอาจไม่เพิ่มขึ้น แต่จะได้วัตถุดิบคุณภาพดีขึ้น
ปริมาณอาหารในสำรับอาจไม่เพิ่มขึ้น แต่จะได้วัตถุดิบคุณภาพดีขึ้น

@อยากให้ร้านค้าขายวัตถุดิบให้ ร.ร.ราคาพิเศษ

นอกจากนี้ อยากให้รัฐจัดหาร้านค้าที่จำหน่ายวัตถุดิบทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงรส ในราคาพิเศษให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ คล้ายกับโครงการธงฟ้าช่วยประชาชนของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อที่ทางโรงเรียนจะได้ไม่ต้องบริหารงบประมาณตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนอย่างเช่นที่ผ่านมา เด็กนักเรียนก็จะได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพตามไปด้วย

ส่วนที่ โรงเรียนวัดพเนินพลู จ.ราชบุรี เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล-มัธยมศึกษาตอนต้น มีนางสุนิสา ชุ่มมงคล เป็น ผอ.โรงเรียน และดูแลเรื่องอาหารกลางวันนักเรียนด้วย

นางสุนิสา กล่าวว่าโรงเรียนวัดพเนินพลูมีนักเรียน 168 คน ได้รับเงินค่าอาหารกลางวัน 22 บาท/คน/วัน การบริหารจัดการโดยใช้โปรแกรม Thai School Lunch จัดสำรับอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเมนูอาหารแต่ละวันจะหมุนเวียนทำอาหารที่หลากหลาย วัตถุดิบทำอาหารจะจัดหามาใหม่ทุกวัน อีกทั้งทางโรงเรียนได้แบ่งพื้นที่ทำแปลงเกษตร ให้ครูและนักเรียน ร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกผลไม้ เพื่อนำมาเสริมเป็นอาหารกลางวันแก่นักเรียนได้อีกทาง

นางบรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 จ.ราชบุรี กล่าวถึงการเพิ่มเงินค่าอาหารกลางวันนักเรียนว่า รู้สึกยินดี และขอบคุณรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ ที่เพิ่มเงินอาหารกลางวันให้กับนักเรียน ตามขนาดของโรงเรียนจะเป็นการเพิ่มความเท่าเทียมให้กับสังคมไทย เพราะเป็นการช่วยโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นโรงเรียนส่วนใหญ่ของประเทศ

ทั้งนี้ เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 จ.ราชบุรี มีโรงเรียนที่รับผิดชอบ 172 แห่ง "กว่าครึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนั้น จึงทำให้โรงเรียนกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการเรื่องอาหารจะทำได้ดีขึ้น และได้ปริมาณเพิ่มขึ้น"