“ครูยุ่น” โร่มอบตัวรับทราบข้อหาทำร้ายร่างกายจิตใจเด็กและ ใช้แรงงานเด็กในมูลนิธิฯ ตำรวจสอบเครียดหลายชั่วโมงให้การปฏิเสธ ได้ปล่อยตัวชั่วคราวไม่ต้องประกัน เจ้าตัวเปิดใจยอมรับตีเด็กจริงเพราะมีกฎระเบียบคาดโทษไว้แล้ว แจงเหตุเกิดจากเด็กโตพาน้องลงเล่นน้ำในคลองทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น ครวญกลายเป็นปิศาจไปแล้วในสายตาคนเสพสื่อ “แก้วสรร” ยันมูลนิธิฯมีอำนาจปกครองเด็ก สามารถทำโทษได้เหมือนพ่อทำโทษลูก อยากให้เป็นคนดี ไม่ได้ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ด้าน พม.นำตัวเด็กออกมาดูแลแล้ว 29 คน ยังเหลืออยู่ในมูลนิธิฯอีก 26 คน ส่วนการเพิกถอนใบอนุญาตมูลนิธิเป็นอำนาจของ ผวจ.
กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปนายมนตรี สินทวิชัย หรือครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก (บ้านครูยุ่น) อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทำโทษใช้ไม้ตีเด็กในมูลนิธิฯและใช้คำพูดรุนแรง ต่อมามีกลุ่มมูลนิธิเส้นด้ายไปแจ้งความที่ สภ.อัมพวา ให้ดำเนินคดีครูยุ่นข้อหาทำร้ายร่างกายและจิตใจเด็ก และใช้แรงงานเด็กโดยผิดกฎหมาย ก่อนจะพาตำรวจไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่ถูกทำร้ายออกมาได้ 8 คน
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 พ.ย. นายแก้วสรร อติโพธิ ประธานมูลนิธิคุ้มครองเด็ก นายมนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อมทนายความ พานายมนตรี สินทวิชัย หรือครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก เดินทางไปที่ สภ.อัมพวา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทำร่ายร่างกายจิตใจเด็กและใช้แรงงานเด็ก มี พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.อัมพวา และ ร.ต.อ.คมสันต์ พรหมศิริ รอง สว. (สอบสวน) เจ้าของคดี ร่วมสอบปากคำนานหลายชั่วโมง
นายแก้วสรรกล่าวว่า เด็กพวกนี้ไม่มีบ้าน ถูกรังแก ถูกทำร้าย ทางมูลนิธิฯรับมาดูแล มีอำนาจทางปกครองถูกต้อง สามารถทำโทษเด็กเหมือนพ่อทำโทษลูก ไม่ได้รุนแรงเกินกว่าเหตุ การที่มีเด็กบางคนในกลุ่มนี้ติดยาเสพติด ถ้าเป็นที่อื่นจับส่งตำรวจคงหมดอนาคตไปแล้ว แต่ที่นี่อบรมสั่งสอนให้เด็กกลับตัวเป็นคนดี จะมาหาว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุได้อย่างไร การจะมารับเด็ก 55 คน อาศัยอำนาจอะไร ถามเด็กทั้งหมดหรือยัง ควรสอบถามเด็กแบบเงียบๆ ไม่ใช่นำสื่อมาแบบนี้ ถ้าเอาเด็กออกไปแล้วพ่อแม่มาหาลูกไม่เจอจะทำอย่างไร เด็กหลายคนกำลังเรียนหนังสือวันนี้ก็ไม่ได้เรียน ฝากไปถึงนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะทำอะไรกับเด็กๆกลุ่มนี้
ด้านนายมนตรี หรือครูยุ่น หลังให้ปากคำพนักงานสอบสวนแล้วออกมาเปิดใจว่า ยอมรับว่าตีเด็กจริงเพราะมีกฎระเบียบคาดโทษไว้แล้ว เด็กเบอร์ 1 พาน้องที่ว่ายน้ำไม่เป็นลงไปเล่นน้ำในคลอง หากเกิดอะไรขึ้นใครจะรับผิดชอบ ไม่เคยใช้ปัสสาวะราดเด็ก ไม่เคยเอาเสื้อผ้าเด็กมาเช็ดอุจจาระ มีแต่รื้อกองเสื้อผ้าที่คนบริจาคมาให้เด็กไปใส่แล้วกองทิ้งไว้ไม่ยอมซัก ขณะนี้ตัวเองกลายเป็นปิศาจไปแล้วตามสายตาของผู้เสพสื่อ ส่วนที่ตำรวจแจ้งข้อหาตนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ได้รับการปล่อยตัวไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเนื่องจากเดินทางมามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาเอง
นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยความคืบหน้าการช่วยเหลือเด็กในมูลนิธิคุ้มครองเด็ก จ.สมุทรสงคราม ว่า หลังจากทีม One Home พม.จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมทีมสหวิชาชีพคัดแยกเด็ก 8 คนแรกที่ถูกทำร้ายออกมาเข้าสู่การคุ้มครองดูแลของ พม. ล่าสุดจนถึงช่วงเย็นวันที่ 2 พ.ย. คัดแยกเด็กออกมาโดยความสมัครใจอีก 21 คน อายุระหว่าง 1-20 ปี รวมเป็น 29 คน ที่อยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพของ พม. วันที่ 3 พ.ย. ทีมสหวิชาชีพจะประชุมหาแนวทางคัดกรองช่วยเหลือเด็กที่เหลืออีก 26 คน ออกมาอยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยเร็วที่สุด ส่วนการเพิกถอนใบอนุญาตมูลนิธิ เป็นอำนาจของคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มี ผวจ.สมุทรสงคราม เป็นประธาน ด้านคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการ
ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายแก้วสรร อติโพธิ ประธานมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ชี้แจงโต้แย้งถึงการตีเด็กเนื่องจากเกเร และการให้เด็กไปทำงานเพื่อหารายได้เสริม นายอนุกูลกล่าวว่า ต้องพิสูจน์ถึงเจตนาทั้งการตีและการทำงานเป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่ ระยะเวลาการทำงาน สถานที่ทำงาน และได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมหรือไม่ นายแก้วสรรก็ระบุว่าให้พิจารณารับฟังความทั้งสองด้าน กระบวนการในคดีความต้องพิสูจน์กันตามหลักฐาน เบื้องต้น พม.ต้องให้ความคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยก่อน