พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวรถเร่ที่ราชบุรี ขอบ่น ต้นทุนทุกอย่างทั้งค่าแก๊ส น้ำมันรถ เนื้อสัตว์ ผัก ปรับขึ้นราคา แต่ยังกัดฟันขายราคาเดิม ชามละ 30 บาทเพราะสงสารคนกิน หวั่นปรับค่าแรงเพิ่มจะยิ่งทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นอีก ชี้รัฐควรควบคุมราคาสินค้า 

วันที่ 20 ก.ย. 65 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายกฤตนัย และ นางมาริสา งามเปี่ยม สองสามีภรรยา ชาวบ้าน ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง เจ้าของก๋วยเตี๋ยวรถเร่ “ลุงเหมี่ยว แตรลม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งในส่วนของราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม รวมไปถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

นายกฤตนัย เปิดเผยว่า เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวรถเร่มาแล้ว 5 ปี ในแต่ละวันจะขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ออกตระเวนขายก๋วยเตี๋ยวไปตามหมู่บ้านต่างๆ โดยจะบีบแตรลมเรียกลูกค้าระหว่างทาง ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 - 14.00 น. ทำให้มีค่าใช้จ่ายเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิง วันละประมาณ 100 บาท และในส่วนของก๊าซหุงต้ม สำหรับใช้อุ่นหม้อก๋วยเตี๋ยว เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 100 บาท หรือประมาณ 4 วันต่อก๊าซ 1 ถัง ตกเดือนละประมาณ 7 ถัง ประกอบกับราคาวัตถุดิบอย่าง เนื้อหมู ลูกชิ้น เส้นก๋วยเตี๋ยว ถั่วงอก ต้นหอม และผักชี ตลอดจนเครื่องปรุงรสที่ปรับราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันต้องแบกภาระต้นทุนเพิ่มกว่าร้อยละ 50 จากเดิมที่เคยจ่ายเงินซื้อวัตถุดิบต่อวันรวมอยู่ที่ประมาณกว่า 1,000 บาท เพิ่มมาเป็นกว่า 2,000 บาท ในขณะที่ราคาขายก๋วยเตี๋ยวขายอยู่ที่ชามละ 30 บาท ทำให้มีกำไรเหลือต่อชามไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่อยากปรับราคาขายขึ้น หรือลดปริมาณลง เนื่องจากสงสารลูกค้า

"ปัจจุบันใช้วิธีปรับตัว ด้วยการทำน้ำสมุนไพร อาทิ น้ำลำไย น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ ขายควบคู่กับการขายก๋วยเตี๋ยว รวมไปถึงการออกรับจ้างทำสวน ในช่วงที่มีเวลาว่างเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อรายจ่ายในครัวเรือน แต่ก็ยังกังวลว่า การปรับค่าแรงที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ต.ค. 65 พร้อมกันทั่วประเทศ จะยิ่งส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม จนไม่สามารถแบกรับไหว คงต้องตัดสินใจปรับราคาขายก๋วยเตี๋ยวขึ้นอีกชามละ 5 บาท"

...

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวรถเร่ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนยังไม่ได้ทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในรอบนี้ ตั้งใจว่าจะไปสมัคร เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนมาตรการช่วยเหลือเกี่ยวกับ ส่วนลดราคาก๊าซ LPG ให้กับร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตนมองว่ามาตรการดังกล่าว อาจไม่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ ภาครัฐควรหาวิธีควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดจนราคาพลังงานเชื้อเพลิงที่ต่างปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า.