ญาติรับศพสาววัย 29 ปี เหยื่อผัวโหดแทงคอตาย แม่ร่ำไห้เข้ารับร่างลูกสาวกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด จ.ชัยนาท ขณะที่น้าสาวเผย ทำเกินไป มีอะไรทำไมไม่คุยกัน ส่วนแม่ลั่นไม่อโหสิให้คนฆ่าลูก
จากกรณี นายกฤษดา จันทร์แดง อายุ 27 ปี สามีหึงโหดใช้มีดจ้วงแทงคอ น.ส.น้ำเพชร ป้อมคำ หรือน้องแอม อายุ 29 ปี ภรรยาของตัวเองดับอนาถคาเตียงนอน ในบ้านพักย่านโชคชัย 4 ก่อนหลบหนีไปรมควันตัวเองในรถยนต์ พยายามฆ่าตัวตายหนีความผิด
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ส.ค. 2565 ที่ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ นางคงน้อย ป้อมคำ อายุ 63 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต หลังทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ น.ส.น้ำเพชร ป้อมคำ ลูกสาวที่ถูกนายกฤษดา สามี ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงที่คอจนเสียชีวิต ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมศพที่วัดโบสถ์ จังหวัดชัยนาท
แม่ผู้เสียชีวิตกล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า ปกติตนกับลูกสาวจะโทรศัพท์คุยกันทุกวัน เพิ่งไม่ได้คุยเมื่อวานนี้ โดยเมื่อวันอาทิตย์ ลูกสาวบอกว่าทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ถูกกระชากแขนจนล้ม พ่อแม่ฝ่ายชายต้องเข้ามาห้าม ทั้งนี้ตนเชื่อว่าฝ่ายชายมีการทะเลาะกับลูกสาวเรื่องเงิน จนเป็นชนวนเหตุให้ลงมือก่อเหตุ โดยเมื่อวานนี้น่าจะมีปากเสียงกัน เพราะฝ่ายชายคงขอสร้อยทองของลูกสาว แต่ลูกสาวไม่ให้ เพราะก่อนหน้านี้ช่วงวันแม่ที่ผ่านมาลูกสาวเคยเล่าว่า จะกลับเข้าบ้านแต่เข้าไม่ได้ เพราะมีคนมาดักรอหน้าบ้าน ลูกสาวก็เลยมาหาตนที่บ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท ซึ่งคาดว่าฝ่ายชายคงมีปัญหาเรื่องหนี้สิน และมีคนมาตามทวงหนี้
...
นางคงน้อย กล่าวต่อว่า ส่วนกับฝ่ายชายที่ก่อเหตุ ตนเคยเจอแค่ครั้งเดียวตอนที่ลูกสาวพามาบ้านเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งตนไม่ได้พูดคุยอะไรด้วยมาก แต่เท่าที่เห็นก็ดูไม่ได้เป็นคนโมโหร้าย ลูกสาวตนยังดูเป็นคนโมโหร้ายมากกว่าอีก ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงก่อเหตุขึ้น มาทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง บอกว่ารักลูกสาวตน แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ เสียชีวิตกันไปแล้วมันมีอะไรดีขึ้น แต่คาดว่าคงเป็นเพราะอาการโรคซึมเศร้า ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายไม่เป็น แต่เพิ่งมาเป็นช่วงหลังที่มีปัญหาหนี้สิน โดยมีครั้งหนึ่งที่ลูกสาวจะมาหาตนที่บ้าน แต่ไม่ให้ฝ่ายชายมาด้วย ฝ่ายชายก็ร้องไห้โฮออกมา คาดว่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ส่วนครอบครัวฝ่ายชายก็บอกว่าจะช่วยเหลือรับผิดชอบเพราะลูกสาวมีลูกเล็กอายุ 11 ขวบด้วย แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยเหลือแค่ไหน
ด้าน นางวันทิพย์ คำรัก อายุ 51 ปี น้าของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลานสาวได้เข้ามาทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ หลายปีแล้ว แต่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่โชคชัย 4 ได้ประมาณ 4-5 เดือน ก็คือช่วงที่มาคบกับผู้ก่อเหตุ โดยหลานตนทำงานและเรียนปริญญาตรีไปด้วยเพื่อจะนำวุฒิกลับไปสมัครงานที่บ้านเกิด จะได้อยู่กับแม่และลูกสาววัย 11 ขวบ โดยที่ผ่านมา หลานจะโทรคุยกับทางบ้านตลอด มีอะไรก็จะเล่าให้ฟัง แต่ไม่เคยเล่าว่ามีปัญหากับแฟนคนนี้มาก่อนเลย ได้แต่บอกว่าไปอยู่บ้านแฟน อยู่ดี อยู่สบาย
น้าของผู้เสียชีวิต กล่าวต่อว่า จนเมื่อช่วงวันแม่ที่ผ่านมาหลานกลับมาที่บ้านมาหาแม่ โดยอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ และเพิ่งจะกลับกรุงเทพฯ ไปแค่ 5 วัน จนเมื่อวันอาทิตย์หลานโทรไปคุยว่ามีปัญหาระหองระแหงกับแฟน แฟนระแวง และน่าจะติดหนี้ มาขอเงินแต่หลานไม่ให้ ซึ่งปัญหาระหองระแหงกันมีมาสักพักแล้ว แต่ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟัง จนครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นหลานบอกว่า ถ้าทนไม่ไหวจะออกจากบ้านหลังนี้ แต่แม่เป็นห่วง เพราะหลานป่วยบ่อยกลัวไม่มีคนดูแล และครอบครัวแฟนก็ดูแลหลานดี แม่เลยบอกให้อยู่ไปก่อน อีกเทอมเดียวก็เรียนจบแล้ว จะได้กลับไปอยู่กับแม่
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เอามีดมาแทงคอ ส่วนตัวมองว่าทำกันแรงเกินไป คนอยู่ด้วยกัน มีอะไรก็น่าจะคุยกัน ไม่ใช่ฆ่าให้ตายแบบนี้ มันน่าหดหู่ วันแรกรักกันดี แล้วทำไมอยู่ๆ มาฆ่ากันแบบนี้ แล้วจะรับผิดชอบได้อย่างไร ฝ่ายชายติดคุกเดี๋ยวก็ได้ออกมา แต่หลานตนไปแล้วไปเลย ไม่กลับมาแล้ว ลูกสาววัยกำลังโตก็ต้องขาดแม่ เพราะที่ผ่านมาหลานเป็นคนส่งเสียค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด ยืนยันว่าจะให้ตำรวจดำเนินคดีผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ส่วนที่ฝ่ายชายขับรถออกไปเหมือนจะฆ่าตัวตายนั้น ตนก็ไม่ทราบว่าทำไปทำไม แต่รถคันที่ขับไปก็รถหลานตน ส่วนเมื่อเช้านี้ที่ไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณที่บ้านที่เกิดเหตุ ก็ได้เจอกับครอบครัวฝ่ายชายแล้ว แต่ยังไม่ได้คุยกันมากนัก เพราะมันยังตื้อไปหมด แต่อีกฝ่ายก็บอกว่าจะช่วยเหลือรับผิดชอบ แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยอย่างไร ช่วยได้แค่ไหน" นางวันทิพย์ กล่าว
...
ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดโบสถ์ ต.โพงาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท พบญาติของ น.ส.น้ำเพชร กำลังช่วยกันจัดงานสวดอภิธรรมศพ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและครอบครัว โดยจะทำการฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย. 65 นี้.