ปภ.อยุธยา เตือนการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา-เขื่อนพระราม 6 มีพื้นที่กระทบเพิ่มอีก 1 อำเภอ รวม 7 อำเภอ เดือดร้อนรวม 9,556 ครัวเรือน ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมชลประทานได้คาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะเกิดจากปริมาณฝนที่ตกลงมา ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) คาดว่าจะมีปริมาณน้ำท่าไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม 2565 นี้ รวมประมาณ 133.26 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) จะทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำประมาณ 355 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นการควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการรองรับน้ำเหนือ
กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากอัตราวันละ 34.56 ล้าน ลบ.ม./วัน เป็น 43.20 ล้าน ลบ.ม./วัน หรือ 500 ลบ.ม./วินาที โดยจะทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2565 นี้เป็นต้นไป เมื่อปริมาณน้ำไหลลงไปรวมกับน้ำที่มาจากคลองชัยนาท-ป่าสักแล้ว กรมชลประทานจะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกในอัตราไม่เกิน 600 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระรามหก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00-1.50 เมตร
...
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ ได้ประสานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนบริษัทห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำป่าสัก อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งของแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรมชลประทานจะบูรณาการร่วมกับจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้รับทราบสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันวันนี้ 25 สิงหาคม 2565 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งส่งผลให้น้ำท้ายเขื่อนทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย ซึ่งไหลผ่านอำเภอต่างๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบเพิ่มอีก 1 อำเภอ เป็น 7 อำเภอ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านและพื้นที่การเกษตร จำนวน 7 อำเภอ 73 ตำบล 323 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 9,556 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 2,793 ไร่ ดังนี้ 1.อำเภอเสนา 2.อำเภอผักไห่ 3.อำเภอบางบาล 4.อำเภอบางไทร 5.อำเภอบางปะหัน 6.อำเภอพระนครศรีอยุธยา 7.อำเภอบางปะอิน
โดยที่ คลองบางหลวง ตำบลบางหลวง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนติดคลองบางหลวงที่ได้รับน้ำมาจากแม่น้ำน้อย ส่งผลให้ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชน กระทบความเป็นอยู่ พี่น้องประชาชนต้องออกมาตั้งเต้นบนถนน รวมถึงนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ มาจอดรถ หรือใช้เก็บข้าวของหนีน้ำที่ล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านสูงกว่า 30-60 เซนติเมตร ในบางจุดที่ต่ำสุด
...
ส่วนที่ แม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหน้าวัดกษัตราธิราชวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกัน หลายวัดหลายสถานที่สำคัญริมน้ำเตรียมการป้องกันกันแล้ว ซึ่งน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งในบางจุด 20-30 เซนติเมตร แต่เขตเกาะเมืองที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเริ่มถูกน้ำท่วมหลายจุดแล้วเช่นกัน.