ศาลสั่งจำคุกแท็กซี่หื่น 12 ปี 21 เดือน จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เหยื่ออีกกว่า 3.5 แสนบาท หลังลวงสาวพม่าวัย 17 ปี ใส่กุญแจมือข่มขืนคาม่านรูด พฤติกรรมอุบาทว์ถ่ายคลิประหว่างก่อเหตุเก็บไว้ แถมยึดโทรศัพท์มือถือและเงินเหยื่อไปด้วย หลังจากนั้นพาตัวส่งให้ตำรวจดำเนินคดีข้อหาไม่พกหนังสือเดินทาง หลังเรื่องแดง “โจ๊ก” สั่งชุดสืบสวน ศพดส.ตร. เข้าสืบสวนคลี่คลายคดี เร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลตัดสินลงโทษได้ในเวลาเพียง 4 เดือนเศษ

กรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฐานะรอง ผอ.ศพดส.ตร. พร้อมกำลังร่วมกับชุดสืบสวน สน.หัวหมาก จับกุมนายอดิเรก หรือหมี แซ่เบ๊ อายุ 39 ปี อาชีพขับแท็กซี่ หลอกลวงหญิงสาวชาวเมียนมาอายุ 17 ปี ว่าจะพาไปสมัครงาน อ้างว่าจะพาไปตรวจโควิด-19 ที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง แต่จับเหยื่อใส่กุญแจมือ ข่มขืนกระทำชำเรา แถมยังถ่ายภาพขณะข่มขืนเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือและลักโทรศัพท์มือถือและเงินสด 500 บาท ผู้เสียหายไปด้วย ก่อนขับรถพาผู้เสียหายไปส่งให้ตำรวจจับกุม ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว เนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทาง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.

ต่อมาชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนปากคำพยานบุคคลและตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ มอบหลักฐานให้พนักงานสอบสวน สน.หัวหมากส่งสำนวนให้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา ความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุเกินกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ข้อหาหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ข้อหาชิงทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน ข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และข้อหามีวิทยุคมนาคมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตส่งฟ้องศาลอาญา

...

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 ส.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฐานะรอง ผอ.ศพดส.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าของคดีดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค. เวลา 09.00 น. ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาว่า นายอดิเรกมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยมีอาวุธ ฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ฐานข่มขืนโดยมีอาวุธปืน ฐานครอบครองสื่อลามก อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานข่มขืนโดยมีอาวุธปืนเป็นบทหนักสุดจำคุก 15 ปี และฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษรวมจำคุก 12 ปี 21 เดือน ปรับ 2,000 บาท ให้คืนโทรศัพท์ให้แก่ผู้เสียหายราคา 3,000 บาท และเงินอีกจำนวน 500 บาท รวมทั้งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 351,760 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 มี.ค.2565 เป็นต้นไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างคดีที่มีการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว มีการสืบพยานล่วงหน้า ใช้เวลาเพียง 4 เดือนเศษ และอยากขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการช่วยกันดูแลบุตรหลานของตนมิให้ตกเป็นเหยื่อจากการล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งการหางานผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆต้องระมัดระวังให้มาก เนื่องจากมีการหลอกลวงหลายรูปแบบ มีตัวอย่างเกิดขึ้นให้เห็นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงแอบอ้างบุคคลอื่นแล้วพาผู้เสียหายไปกระทำอนาจารหรือการหลอกลวงไปทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ