หนุ่มใหญ่คิดสั้น เป็นศพนานนับเดือน สภาพเหลือแต่ซาก-หนังแห้งกรังติดกระดูก สุดเหลือเชื่อผิวหนังสักยันต์ด้านหลังไม่ยอมเน่าเปื่อย จนท.ตรวจสอบพบเป็นรูปอักขระ ขณะที่ญาติโผล่ยืนยัน เผยออกตามหาหลายพื้นที่กว่า 20 วัน ไม่พบตัว ยังไม่ชัดสาเหตุพ่ายชีวิต

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 65 ร.ต.อ.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง รับแจ้งเหตุพบซากศพคนผูกคอเสียชีวิต ที่ชายป่าริมถนนพหลโยธิน ใกล้ตู้ยาม ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างตู้ยาม ต.ห้วยโป่งเพียง 200 เมตร พบซากศพสภาพเหลือแต่กระดูก มีเนื้อแห้งกรังติดอยู่บางส่วน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวล ที่ลำคอมีเชือกผูกโยงติดกับต้นไม้ ใกล้กันพบเสื้อยืดสีเขียวแขนสั้น 1 ตัว รองเท้าหุ้มข้อสีดำ 1 คู่ และเหล้าครึ่งขวด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่แก้เชือกออกนำศพออกมาตรวจสอบ ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ผิวหนังบริเวณด้านหลังที่มีรอยสักยันต์เป็นรูปอักขระ ยังไม่ยอมเน่าเปื่อย

...

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้โทรประสาน นางสมหมาย บุญพับ อายุ 61 ปี พร้อมครอบครัว ให้เดินทางมาดูศพหลังแจ้งความคนหายเอาไว้ โดย นางสมหมาย เดินทางมายังจุดพบศพพร้อมญาติๆ ซึ่งทั้งหมดยืนยันว่าศพที่พบคือ นายอนงค์ คุ้มดี อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นน้องชาย ที่หายตัวไป

จากการสอบถาม นางสมหมาย พี่สาวผู้ตาย เล่าว่า จากตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนน้องชายจะหายตัวไปนั้น พบว่าน้องชายขับขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่บนถนนสายพหลโยธิน เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ไม่พบเบาะแสอีกเลย โดยน้องชายมีภรรยา 1 คน ที่อยู่กินกันมากว่า 30 ปี ไม่มีบุตร น้องชายประกอบอาชีพขับรถบรรทุกสิบล้อส่งกระเบื้อง ก่อนหายตัวไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา น้องชายได้เข้ามาขอกอดและพูดกับตนว่า "ขอลาก่อนนะจะไปผูกคอตายแล้ว" ตนยังกล่าวติดตลกกลับไปว่า "มึงหาเรื่องคนเราไม่ได้เกิดกันได้ง่ายๆ นะ" ซึ่งตนไม่คิดว่าคำพูดดังกล่าวในวันนั้นของน้องชายจะเป็นเรื่องจริง หลังหายตัวไปทางญาติๆ ได้ช่วยกันออกตามหาอยู่หลายพื้นที่ในหลายจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 23 วัน แต่ก็ยังไม่พบตัว ก่อนจะมาพบผูกคอเสียชีวิตดังกล่าว

"ตนไม่ทราบสาเหตุที่น้องชายคิดสั้น ปัญหาครอบครัวก็ไม่มี มีเพียงรถบรรทุกสิบล้อที่น้องต้องหาเงินส่งค่างวดทุกเดือน ซึ่งถูกยึดไปก่อนพบศพแล้ว และน่าจะเป็นเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น" พี่สาวผู้ตาย ระบุ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบศพผู้ตายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำส่งชันสูตร ที่ รพ.สามโคก อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป