อัยการดาวแจงต้องเลื่อนฟังคำสั่งคดีแตงโม เพราะต้องดูสำนวนว่าครบถ้วนหรือไม่ หากครบจะรีบส่งให้อัยการภาค 1 พิจารณาเร็วที่สุด ขณะที่ไม่ตัดสิทธิ์อัยการฟ้องคดี แม้แม่จะถอนฟ้อง เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2565 น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ อัยการดาว อัยการจังหวัดนนทบุรี กล่าวชี้แจงถึงกรณีคดีแตงโม นิดา คดีที่ 265/2565 หลังวันในนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้มารับฟังคำสั่งเรียบร้อยแล้ว มีคำสั่งเลื่อนกำหนดนัดเป็นวันที่ 7 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. เหตุผลที่เลื่อนเพราะพนักงานอัยการมีการส่งสำนวนไปที่อธิบดีภาค 1 ต่อมาอธิบดีอัยการภาคได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางพนักงานสอบสวนได้นำส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมา ทำให้ระยะเวลากระชั้นชิด โดยขั้นตอนการส่งสำนวนสอบสวนเพิ่มเติม ทางพนักงานอัยการจังหวัดต้องรับเอกสารทั้งหมด แล้วรวบรวมตรวจสอบเพื่อส่งให้อธิบดีอัยการภาค 1 เพื่อพิจารณาต่อไปตามระเบียบ

อัยการจังหวัดนนทบุรี กล่าวต่อว่า ส่วนสอบเพิ่มเติมกี่ประเด็นนั้น ตนไม่สามารถตอบได้ แต่มีการส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมา เราก็จะมีการตรวจสอบโดยองค์คณะพนักงานอัยการเจ้าของสำนวน ว่าพนักงานสอบสวนแจ้งในทุกประเด็นครบถ้วนหรือยัง ถ้าครบถ้วนแล้วเราจะนำสำนวนไปยังสำนักงานอธิบดีอัยการภาค 1 เบื้องต้นถ้าตรวจสอบแล้วครบถ้วนตามประเด็นของอธิบดีอัยการภาค 1 จะรีบนำส่งสำนักงานอธิบดีอัยการภาค 1 โดยเร็วที่สุด เพราะทราบว่าประชาชนก็รอผลการพิจารณาของอธิบดีอัยการภาค 1 ซึ่งรายละเอียดการสอบเพิ่มเติมคงไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นประเด็นของผู้บังคับบัญชา

น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวถึงเรื่องที่หากนางภนิดา แม่แตงโมถอนฟ้อง ในเรื่องคดีจบเลยหรือไม่นั้น ขออธิบายว่า การถอนฟ้องในคดีของพนักงานอัยการต้องแยกเป็นสองประเด็น คดีของพนักงานอัยการในความผิดอาญาแผ่นดิน หมายความว่าถ้ามีฐานความผิดใดๆ เกี่ยวกับชีวิตของประชาชน เช่น เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย กรณีนี้ถือว่าเป็นอาญาแผ่นดิน ถ้ามีการกระทำให้ประชาชนเสียชีวิตกรณีนี้เราไม่ตัดสิทธิ์พนักงานอัยการที่จะฟ้องคดี

อัยการอัยการจังหวัดนนทบุรี กล่าวต่อว่า การถอนฟ้องในหลักการแล้วเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีความอาญามาตรา 36 คือไม่ตัดสิทธิ์พนักงานอัยการที่จะฟ้อง แต่ต้องแยกด้วยในชั้นพิพากษาอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในชั้นพนักงานอัยการเป็นเรื่องอำนาจการฟ้องคดี เรายังมีอำนาจการฟ้องคดีปกติ ในความผิดที่ทำให้ถึงแก่ความตาย แต่เมื่อศาลตัดสินคำพิพากษา สำคัญที่สุดถ้าคำพิพากษามีการตัดสินยกฟ้อง จำเลยคนเดียวกันการกระทำเดียวกัน เป็นเรื่องการวินิจฉัยหลักสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ เป็นส่วนคนละเรื่อง ของพนักงานอัยการเป็นอำนาจฟ้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องอาญาแผ่นดิน

ถ้าเมื่อใดศาลมีคำพิพากษาแล้ว ไม่ว่าจะคู่ความฝ่ายใด ถ้าตัดสินแล้วคำพิพากษาศาลที่เหนือกว่า หลักการคือจำเลยต้องได้รับการวินิจฉัยการกระทำความผิดของตนเพียงครั้งเดียว ถ้าคำพิพากษาศาลมีการไต่สวนอย่างใดในความผิดนั้น แล้วผู้ต้องหาพ้นความผิด หลักกฎหมายเรียกว่าสิทธิในคดีอาญาของเรานำมาฟ้องระงับมาตรา 39 (4) คนละส่วนกับเรื่องอำนาจการฟ้องคดี.