“ส.ส.เต้” ตะเพิด “อัจฉริยะ-ทนายกฤษณะ” พ้นที่ปรึกษากฎหมายหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อ้างไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายในคดี “แตงโม” หลังอัจฉริยะไปยื่นฟ้องคดีโดยไม่ปรึกษาคุณแม่ เจ้าตัวโต้ทันควันไม่แคร์ ยันไม่เคยเป็นสมาชิกพรรค และไม่ได้ใช้พยานหลักฐานของ ส.ส.เต้ หรือบังแจ็ค แม้แต่ชิ้นเดียว ฟาด “อัยการดาว” อย่าออกมาชี้นำสังคม ขู่หากไม่หยุดจะร้องอัยการสูงสุดให้สอบวินัย ด้าน “แซน วิศาพัช” ตอกกลับไม่กังวลถูกยื่นฟ้อง ม.288 และ ม.290 แนะทุกฝ่ายสามัคคีเพื่อให้คดีจบไว สงสัยทุกคนทำเพื่อแตงโมจริงหรือไม่สร้างความสับสนให้สังคม คดีพลิกกลับไปกลับมายากจะหาจุดจบ กรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นฟ้องคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม นิดา ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. โดยยื่นคำฟ้องมาตรา 288 และมาตรา 290 ทำให้นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่แตงโม ไม่สามารถถอนคำฟ้องได้ เนื่องจากศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ทำได้แค่เพียงยื่นเพิกถอนหนังสือมอบอำนาจในการฟ้องคดี ทั้งนี้ นายอัจฉริยะยังประกาศตัดขาดไม่ร่วมงานกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ส.ส.เต้ อีกต่อไป ขณะที่ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการจังหวัดนนทบุรี ระบุถึงคดีของแตงโมที่แม่ เป็นคนฟ้องเองว่า ถ้าศาลวินิจฉัยพิจารณายกฟ้อง คดีที่อัยการโจทก์จะถูกยกฟ้องไปด้วยความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อช่วงสายวันที่ 16 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงกรณีปลดนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ทนายความ ออกจากที่ปรึกษากฎหมายหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ว่า ตนไม่อยากมีความขัดแย้งในคดีดังกล่าว เพราะเห็นนายอัจฉริยะได้ตั้งเงื่อนไข หากมีตนอยู่จะไม่มอบพยานหลักฐานให้นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่แตงโม ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมแก่แตงโม หากตั้งเงื่อนไขเช่นนั้น ตนก็พร้อมถอยออกมาเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเคลื่อนไปได้ ปัจจุบันคุณแม่ได้แต่งตั้งนายชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี เป็นทนายความ ไม่น่ามีปัญหาอะไร เวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เผยถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ ถอดออกจากที่ปรึกษากฎหมายหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ว่าตนไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคไทยศรีวิไลย์มาตั้งแต่แรก การแต่งตั้งเป็นการแต่งตั้งขึ้นเอง ตนไม่เคยไปเซ็นเอกสารใดๆ และตนก็เคยแถลงไปแล้วว่าทุกอย่างที่ทำ ตนทำในนามชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ส่วนพรรคไทยศรีวิไลย์มีหน้าที่ดูแลนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่แตงโมแยกกันเป็นเอกเทศอย่างชัดเจน ตนไม่เคยไปแถลงข่าวร่วมกันกับพรรค ยืนยันว่าไม่เคยสังกัดพรรคการเมือง ไม่มีนโยบายเล่นการเมือง การที่นายมงคลกิตติ์ แต่งตั้งเองถอดถอนเอง เหมือนกับการเอาทิชชูทิ้งลงโถส้วม ไม่มีผลกับตน ส่วนความสัมพันธ์กับนายมงคลกิตติ์ยังทำงานร่วมกันได้ แต่ไม่ใช่คดีแตงโม นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินคดี ม.157 กับตำรวจที่ทำคดีแตงโมที่ บก.ปปป. ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. จะนัดตนไปสอบปากคำสัปดาห์หน้า สำหรับคดีแตงโม รอแค่ศาลนัดไต่สวนคำถอนฟ้องของนางภนิดา วันที่ 20 ก.ค. ตอนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนางภนิดา ยืนยันว่าการจะขอถอนโดยอ้างว่าตนรับอำนาจมาโดยไม่ชอบนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะศาลได้ตรวจหนังสือเอกสารทุกอย่าง และประทับรับฟ้อง ถือว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว ประเด็นที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะไม่มีปัญหากับพยานหลักฐานที่ตนยื่นไป เพราะตนไม่ได้ใช้หลักฐานใดของพรรคไทยศรีวิไลย์เลย เป็นหลักฐานที่หามาเองทั้งหมดตั้งแต่ต้น หลักฐานของบังแจ็ค ตนก็ไม่ใช้แม้แต่ชิ้นเดียว มั่นใจว่าหลักฐานของตนที่ยื่นไปมีเพียงพอ หากมีโอกาสได้ไต่สวนในชั้นศาล มั่นใจชนะคดีแน่นอน ที่ฟ้อง ม.288 เพราะพบว่ามีการใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทของแตงโม และที่ฟ้อง ม.290 ก็เป็นเรื่องบาดแผลที่ขาข้างขวาของแตงโมนายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นางภนิดาไปพูดคุยกับคนบนเรือ ตนพอทราบมาบ้าง แต่ไม่ไปก้าวล่วงเรื่องส่วนตัว ที่ว่าจะให้เงินกันหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะปกติเวลาจะคุยอะไรกับนางภนิดา ต้องคุยผ่านนายมงคลกิตติ์ ส่วนความคืบหน้าคดีที่แจ้งความนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน ขณะนี้ รอตำรวจสั่งฟ้องอยู่ ถ้าตำรวจไม่สั่งฟ้องตนจะไปแจ้งความเอาผิดตำรวจใน ม.157 นอกจากนี้ ขอฝากถึง น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว อัยการจังหวัดนนทบุรี ผู้ดูแลสำนวนคดีแตงโมด้วยว่า อย่าออกมาชี้นำสังคมจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ตนมองว่าเป็นการล้ำเส้นและชี้นำสังคม ในประเด็นที่ออกมาพูดว่ามีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทางคดี แตงโมในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้แตงโมถึงแก่ความตาย ซึ่งอยู่ระหว่างอธิบดีอัยการภาค 1 กำลัง พิจารณาอยู่ ตนขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายหากไม่หยุด จะไปร้องอัยการสูงสุดให้สอบวินัยในวันที่ 20 มิ.ย.นี้เวลา 12.30 น. ที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการจังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงประเด็นที่นายอัจฉริยะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่าไม่ควรออกมาชี้นำสังคม และขู่หากไม่หยุดจะไปร้องอัยการสูงสุดให้สอบวินัยนั้น เรื่องนี้ตนออกมาพูดเพื่อให้ความรู้กับประชาชนในข้อกฎหมาย ไม่ได้เป็นการปิดบัง ตนไม่ได้ซีเรียสอะไร การที่นายอัจฉริยะจะออกมาว่าตน ถือว่าเป็นประชาชนมีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็น ส่วนในเรื่องคดีตนก็ทำไปตามกรอบของกฎหมาย การที่ตนออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทุกครั้งได้ขออนุญาตตามระเบียบถูกต้องทุกอย่างในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ที่ผ่านมาทำให้หน่วยงานราชการหลายหน่วยงานเกิดความหวาดกลัวเวลา 13.45 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ส.ส.เต้ นายบุญถาวร ปัญญามณีโชติ ทนายความ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังออกรายการโหนกระแส เกี่ยวกับเรื่องความไม่ลงรอยกันกับนายอัจฉริยะที่ยื่นฟ้อง 5 ผู้ต้องหาบนเรือในข้อหาฆาตกรรม ทั้งที่แม่แตงโมยังไม่ได้อ่านคำฟ้อง และไม่เห็นด้วยในการฟ้องข้อหาดังกล่าวว่า ได้มีคำสั่งปลดนายกฤษณะและนายอัจฉริยะออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรค เนื่องจากนายกฤษณะขัดนโยบาย ไปต่อด้วยกันไม่ได้ ส่วนการแต่งตั้งนายอัจฉริยะ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 19 มี.ค. และได้มอบเอกสารหลักฐานกล้องวงจรปิดตามลำน้ำเจ้าพระยาไปให้หมด นายอัจฉริยะยังยอมรับว่าเป็นหลักฐานที่ได้มาจากตน คดีที่นายอัจฉริยะยื่นฟ้องไปถือว่านายอัจฉริยะทำผิด ที่ไม่ให้คุณแม่ตรวจสำนวนก่อน เพราะแม่ไม่อยากให้ฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.288 เกี่ยวกับเรื่องฆ่า โดยประสงค์จะให้ฟ้องในความผิดตาม ม.290 เรื่องการทำร้ายร่างกายมากกว่าด้านนายบุญถาวรกล่าวว่า แม่มีความประสงค์จะฟ้องผู้ต้องหาบนเรือในความผิดตาม ม.290 จะไม่ยื่นฟ้อง ม.288 เพราะฉะนั้นคำฟ้องที่นายอัจฉริยะยื่นต่อศาล จะขอให้คำฟ้องดังกล่าวเป็นโมฆะเพื่อยื่นฟ้องใหม่ ที่ผ่านมานายอัจฉริยะกระทำการไปโดยที่ไม่ได้ให้คุณแม่ตรวจสอบสำนวนแต่อย่างใดเวลาไล่เลี่ยกัน นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน พร้อมนายพรศักดิ์ วิภาศอาภานนท์ ทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อหาหมิ่นประมาทฯ หลังหนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ และจิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามี พร้อมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม แจ้งความดำเนินคดีกับแซนในข้อหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายพรศักดิ์กล่าวว่า ตำรวจยังไม่มีหมายเรียกแซนให้มารับทราบข้อกล่าวหาแต่อย่างใด แต่ทราบว่ามีข่าวเรื่องที่แซนไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนตามที่นัดหมาย ตรวจสอบทราบว่าถูกแจ้งข้อหาจริงเลยพาแซนมาพบตำรวจ เพราะอยากทราบว่าเป็นข้อหาอะไร และหากไม่เป็นความจริง จะขอแจ้งความกลับทันที ไม่รู้สึกกังวลหรือกดดันอะไร ยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะที่ผ่านมาไม่เคยพูดพาดพิงถึงคู่กรณีแต่อย่างใดที่รัฐสภา นายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์ เข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน กมธ. กรณียื่นคำร้องถอดถอนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ออกจากตำแหน่ง นายเดชากล่าวว่า มาชี้แจง กมธ. ว่าการร้องเรียนนายมงคลกิตติ์มีที่มาอย่างไร และมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและข่มขู่กันอย่างไร และ กมธ.มีมติรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว จะเชิญนายมงคลกิตติ์มาชี้แจงต่อไป หากพบความผิดจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะประมวลจริยธรรม ส.ส.ระบุห้าม อาฆาตมาดร้ายประชาชน ห้ามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่คดีแตงโม นายมงคลกิตติ์แสดงความคิดเห็นให้ตำรวจและอัยการเปลี่ยนความเห็นไปตามที่ตนต้องการเมื่อถามว่ามองอย่างไรที่นายมงคลกิตติ์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว นายเดชาตอบว่า เป็นการหาทางลง เพราะไปไม่ไหวแล้ว แต่จะลงที่ไหนต้องดูอีกครั้ง มีสวรรค์กับนรกสองที่เลือกเอา คาดการณ์อยู่แล้ว ต้องมีคนถอนตัวจากการช่วยคดีนี้ ตนอยู่กับคุณแม่มา 77 วันยังเอาคุณแม่ไม่อยู่ คนที่รับช่วงต่อก็เละอยู่แล้ว ได้บอกคุณแม่ เราเป็นเพื่อนกันตอนนี้ยังห่วงใย เมื่อเช้าคุณแม่ส่งสติกเกอร์ไลน์มาหา ตอบไปแค่ว่า “จุ๊กกรู” และบอกให้แม่ออกจากสถานการณ์ตึงเครียด อยู่กับนายอัจฉริยะและนายมงคลกิตติ์ น่ากลัวยิ่งกว่ายูเครน-รัฐเซีย ยังเป็นห่วงคุณแม่อยู่เมื่อถามว่าหากคุณแม่ชวนกลับไปทำคดีจะไปหรือไม่ นายเดชาตอบว่า อย่าเพิ่งไปถึงขั้นนั้น คุณแม่ลีลาเยอะ ไม่ธรรมดา ตอนนี้คุณแม่มีความเสี่ยง หากฟ้องคดีฆาตกรรมแล้วไม่มีหลักฐานใครเป็นคนฆ่า แม่ก็เป็นจำเลย สบายใจได้ เดี๋ยวหมายศาลก็มา ได้ยินข่าวมาว่าคนบนเรือรอดหมด หากฟ้องเกินจริง เขาก็ฟ้องกลับ คดีก็ไม่ชนะหลักฐานก็ไม่มี ถูกฟ้องกลับก็ติดคุกอีก เป็นห่วงคุณแม่ไม่ว่าผลเป็นยังไงขอให้คุณแม่ตั้งสติให้ดี เมื่อถามว่าในทางกฎหมาย หากคุณแม่ถูกฟ้องกลับ นายมงคลกิตติ์จะโดนฟ้องด้วยหรือไม่ นายเดชาตอบว่า น่าจะโดนด้วยไม่ควรให้คุณแม่เป็นจำเลยลำพัง ฝาก ส.ส.ให้สมัครเป็นจำเลยที่ 2 ชอบยุยงปลุกปั่น ฝากถึงทนายคนบนเรือเวลาร่างฟ้อง อย่าฟ้องคุณแม่คนเดียวให้ฟ้องพ่วงกัน คุณแม่จะได้มีเพื่อน