หาม ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง หรือนายกโบว์ลิ่ง ส่งโรงพยาบาลด่วน หลังดื่มน้ำแล้วหมดสติ มีอาการวูบ มือเขียว สั่นไม่หยุด ขณะที่ "บิ๊กแจ๊ส" ลั่น ใครทำลูกชายให้ระวังตัว ลูกใครใครก็รัก ซัดวิธีสุดสกปรก

จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับ ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง (นายกโบว์ลิ่ง) นายกเทศมนตรีนครรังสิต ได้มีอาการวูบหมดสติ มือเขียว สั่นไม่หยุด ตัวเย็น จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ต้องเร่งปฐมพยาบาล และนำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะต้องนอนแอดมิตโรงพยาบาล 2 วัน เบื้องต้นยังตรวจไม่พบสาเหตุ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาสอบถามรายละเอียดกับ ร้อยตำรวจเอก ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ซึ่งได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ช่วงบ่าย ขณะกำลังทำงานและเร่งจะไปทำภารกิจต่อไป ได้ดื่มน้ำไปหนึ่งแก้ว แล้วรู้สึกตัวชา แขนขาไม่มีเรี่ยวแรง ตอนแรกคิดว่าคงพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงนอนพักเอาแรงอยู่นาน แต่ก็ไม่ดีขึ้น ซ้ำรู้สึกเวียนศีรษะ และมีอาการวูบ จึงเรียกให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ ก็พบว่าบริเวณมือทั้งสองข้างคล้ำ ไม่มีเลือดไปเลี้ยง จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบโดยละเอียด และยังคงรอผลตรวจเลือดในห้องแล็บ

ร้อยตำรวจเอก ตรีลุพธ์ บอกเลยว่า ไม่รู้ว่าตัวเองโดนวางยา จนกระทั่ง พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (บิ๊กแจ๊ส) นายกองค์การบริหารจังหวัดปทุมธานี คุณพ่อ เข้ามาสอบถามและทำการทดสอบด้วยสมุนไพร จึงรู้ว่าได้รับสารพิษบางอย่างเข้าไปในร่างกาย

ส่วนเหตุการณ์นี้จะเป็นฝีมือของคู่แข่งทางการเมืองหรือไม่ ตัวเองไม่ทราบ และไม่ได้โฟกัสตรงนั้น เพราะเพิ่งทำหน้าที่นายกเทศมนตรีนครรังสิต เพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น เชื่อว่ายังไม่มีศัตรูทางการเมือง พร้อมทั้งฝากบอกผู้ที่ก่อเหตุว่า หากเป็นการวางยาจริง เป็นเรื่องที่สกปรกไม่ใช่ลูกผู้ชาย และหลังจากนี้คงต้องรอบคอบและระมัดระวังตัวมากขึ้น

...

ทางด้าน พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (บิ๊กแจ๊ส) นายกองค์การบริหารจังหวัดปทุมธานี เล่าว่า ที่ตัดสินใจใช้สมุนไพรทดสอบสารพิษ เพราะปกตินายกโบว์ลิ่ง ลูกชาย มีร่างกายที่แข็งแรง ไม่เคยมีอาการเกี่ยวกับทางสมองหรือหลอดเลือด แต่จู่ๆ ก็วูบไป มีอาการเบลอ ความดันขึ้นสูงมากผิดปกติ มือเขียว แต่เมื่อพาไปตรวจโดยละเอียด กลับไม่พบความผิดปกติ

และเนื่องจากตัวเองเป็นแพทย์ทางเลือก รู้ว่าอาการแบบนี้แสดงให้เห็นว่าขาดเลือดกะทันหันอย่างเฉียบพลัน แต่จากการได้ไปตรวจเพิ่มเติม เข้าอุโมงค์เอ็มอาร์ไอ ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ทั้งหลอดเลือดสมอง หัวใจ ทุกอย่างออกมาปกติ จึงฉุกคิดถึงสิ่งผิดปกติว่า อาจจะเกิดจากฝีมือใครหรือไม่ จึงนำสมุนไพรชนิดหนึ่ง (ไม่ขอบอกชื่อ) ให้ลูกชายเคี้ยวเพื่อทดสอบ จำนวน 10 ใบ ปรากฏว่าลิ้นของลูกชายเปลี่ยนเป็นสีดำ แสดงให้เห็นว่ามีสารที่เป็นพิษเข้าไปในร่างกาย เพราะหากเป็นคนปกติเคี้ยวสมุนไพรชนิดนี้ ลิ้นจะเป็นสีชมพูตามปกติ

ดังนั้นตนจึงตัดสินใจส่งลูกชายไปตรวจเลือดโดยละเอียดที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อแยกวิเคราะห์ผลเลือดอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะทราบผลในวันพรุ่งนี้

พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ลูกชายยังมีอาการเบลอๆ ไม่ปกติ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังจับมือใครดมไม่ได้ และยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับใคร จากนี้คงต้องให้ลูกชายระมัดระวังตัวมากขึ้น พร้อมฝากถึงผู้ที่ก่อเหตุว่า ให้ระวังตัวเหมือนกัน เพราะลูกใครใครก็รัก การกระทำแบบนี้เป็นเรื่องสกปรก หากเป็นลูกตัวเองถูกกระทำบ้างจะรู้สึกอย่างไร