ก.เกษตรฯ ใช้กลไกแปลงใหญ่ ขับเคลื่อนการผลิตทุเรียนนนท์ สร้างความเข้มแข็ง เกิดจุดเรียนรู้ในพื้นที่ ต่อยอดสู่เกษตรกรรายอื่น พร้อมส่งเสริมให้ จ.นนทบุรีมีการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น ให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเยี่ยมเยียนสวนเกษตรกรพร้อมตัดทุเรียนนนท์ ณ สวนยายละมัย ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายการทำงานปี 2565 ในการวางรากฐานการพัฒนาภาคการเกษตรให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อยกระดับภาคการเกษตรในยุค Next Normal ทั้งการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง ใช้การตลาดสมัยใหม่ หรือการตลาด 5.0 ผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงของโลกภายในปี 2580 จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนายกระดับสินค้าเกษตรด้วยโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ซึ่ง จ.นนทบุรี มีกลุ่มแปลงใหญ่อยู่หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป เช่น ที่สวนทุเรียนยายละมัย ซึ่งเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียน อ.เมืองนนทบุรี ได้ดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรในการนำเอาองค์ความรู้การปลุกทุเรียนแบบชาวสวนนนทบุรีดั้งเดิมมาใช้ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปลูกทุเรียน พร้อมทั้งนำไปเป็นแบบอย่างต่อยอดพัฒนาให้กับกลุ่มแปลงใหญ่อื่นๆ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแปลงใหญ่ที่เข้มแข็ง ทันสมัย ทันสถานการณ์ และทันต่อการเปลี่ยนแปลง

...

"วันนี้ต้องการมาประชาสัมพันธ์ว่าทุเรียนของไทยมีอยู่หลากหลายพื้นที่ และทุเรียนนนทบุรีเป็นทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมของไทย จึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนไทยมาบริโภคทุเรียน โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเข้ามาส่งเสริมให้พื้นที่ จ.นนทบุรี มีการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งทุเรียนเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงที่สุด โดยถือเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะอยู่ในช่วงโควิด-19 แต่มีมูลค่าส่งออกกว่าแสนล้านบาท ซึ่งภาคการเกษตรเป็นภาคที่ช่วยผดุง GDP ของประเทศ จึงอยากให้เกษตรกรภาคภูมิใจที่เป็นส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังคงเดินไปข้างหน้าได้ และเชื่อมั่นว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้า มูลค่าการส่งออกทุเรียนจะสามารถเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จึงอยากขอให้เกษตรกรยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพออกมาให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้บริโภคกันต่อไป" นายเฉลิมชัย กล่าว



ด้านนายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมฯใช้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นกลไกขับเคลื่อนหลักในพื้นที่ จ.นนทบุรี มุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย เพื่อรวมกันผลิต รวมกันจำหน่าย และบริหารจัดการร่วมกัน ส่งผลให้มีแปลงใหญ่ทุเรียนจำนวน 5 แปลง ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองนนทบุรี 1 แปลง อ.บางใหญ่ 1 แปลง อ.บางกรวย 1 แปลง และอ.ปากเกร็ด 2 แปลง สำหรับสวนทุเรียนยายละมัยมีนายสำเริง สุนทรแสง เป็นเจ้าของสวน ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ฯ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.เมืองนนทบุรี ด้านไม้ผล (ทุเรียน) รวมทั้งเป็นประธานขับเคลื่อนการรวมกลุ่มแปลงใหญ่อย่างเข้มแข็ง และเป็นจุดเรียนรู้ด้านการปลูกทุเรียนในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจและเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป.