รถบรรทุก 22 ล้อรีบข้ามสี่แยกชนรถปิกอัพที่วิ่งผ่านมาอย่างจังจนตกข้างทางมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ก่อนรถบรรทุกเสียหลักพุ่งชนรถอีก 2 คัน เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 เม.ย. 2565 พ.ต.ท.บุญเอก สรรพคง สว.สอบสวน สภ.อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีรถบรรทุก 22 ล้อชนกับรถกระบะ ทำให้รถกระบะตกลงไปข้างทาง และมีคนติดอยู่ภายในรถ ก่อนที่รถบรรทุกดังกล่าวจะเสียหลักพุ่งชนรถบรรทุกอีกคันที่จอดติดไฟแดงอยู่บริเวณสี่แยกคลองชลประทานไพรสะเดา ม.2 ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี จึงได้แจ้ง จนท.มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ อ.ปากท่อ พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 2 คัน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน เศษกระจกและชิ้นส่วนรถบรรทุกกระจายเต็มถนน โดยรถบรรทุกทั้ง 2 คัน คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทั้งคู่ สามารถออกมาจากตัวรถได้ ใกล้กันพบรถกระบะสีเหลือง 2 ประตู ทะเบียน นข 3635 เพรชบุรี สภาพรถด้านหน้าพังเสียหายทั้งหมด ตกลงไปข้างทาง เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงรีบลงไปให้การช่วยเหลือ ซึ่งภายในรถคนขับถูกรถตะแคงทับร่างจนเสียชีวิต และไม่สามารถนำร่างออกมาได้จึงนำเครื่องตัดถ่างมาใช้ และนำร่างของของขับรถกระบะออกมาได้ ก่อนจะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลปากท่อ ทราบชื่อต่อมาคือนาย จำปี หัสดี อายุ 54 อยู่ ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

เบื้องต้นสอบถามนายวิชิต อินพราหม อายุ 27 ปี คนขับรถบรรทุก 22 ล้อคันก่อเหตุ ทะเบียนตัวแม่ 70-3323 ราชบุรี ตัวลูก 70-3324 ราชบุรี ให้การว่าช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุตนเองได้ขับรถมาตามปกติ พอถึงบริเวณสี่แยกคลองชลประทานไพรสะเดาก็มีรถกระบะสีเหลืองจอดติดไฟแดงอยู่ทางด้านซ้ายมือของตน และด้านหน้าก็มีรถบรรทุกอีกคันจอดติดไฟแดงอยู่ ซึ่งขณะที่รถตนเองกำลังจะข้ามสี่แยกสัญญาณไฟก็ตัดเป็นสีเหลือง และตนเองก็ขับตามกับคนข้างหน้าไปกำลังจะข้ามแยก แต่สัญญาณไฟก็เปลี่ยนเป็นสีแดง และจู่ๆ รถกระบะสีเหลืองคันดังกล่าวพุ่งออกมาทางฝั่งซ้ายด้วยความเร็ว ตนเองจึงเบรกรถไม่ทันทำให้ชนรถกระบะเข้าเต็มแรงจนตกลงไปข้างทางซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าคนขับจะเสียชีวิต ก่อนจะทำให้เสียหลักไปชนเข้ากับรถบรรทุกที่จอดติดไฟแดงอยู่ข้างหน้า จนทำให้รถด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน เเต่ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ด้านคนขับรถบรรทุกที่ถูกชน ทะเบียน 82-3105 ทราบชื่อคือ นายมานพ วงษ์โพธิ์ อายุ 60 ปี อยู่ ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ให้การว่าก่อนเกิดเหตุรถตนจอดติดไฟแดงอยู่ และในขณะนั้นเป็นช่วงที่ไฟเขียวฝั่งตรงข้ามกำลังหมดได้มีรถบรรทุก 22 ล้อขับข้ามแยกมาไม่ได้เบรกเลยเป็นจังหวะคาบลูกคาบดอกไฟเหลืองกับไฟแดง คันหน้าผ่านไปทันแต่อีกคันขับตามๆ มาแต่ไม่ทันไฟสัญญาณได้เปลี่ยนจากเหลืองเป็นแดง และรถกระบะดังกล่าวพุ่งออกมาแบบไม่มีใครเบรกเลย ตัดหน้ารถบรรทุก 22 ล้อที่นายวิชิตขับมาจนเกิดอุบัติเหตุ ก่อนที่รถ 22 ล้อจะพุ่งเข้ามาชนรถของตนเองอย่างแรง ตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่รถด้านหน้าพังเสียหายทั้งหมด แรงชนยังทำให้รถของตนถอยหลังไปชนกับรถแท็กซี่ที่จอดติดไฟแดงอยู่ข้างหลังได้รับความเสียหายเช่นกัน โดย นายสมหมาย วาระสิทธิ์ อายุ 51 ปี เป็นคนขับรถแท็กซี่ ทะเบียน ทษ 6890 กทม. สีชมพูตัดขาว ก็ให้การตรงกับนายมานพ

อย่างไรก็ตามทางด้าน พ.ต.ท.บุญเอก สรรพคง จะได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานและได้นำตัวนายวิชิต อินพราหม อายุ 27 ปี คนขับรถบรรทุก 22 ล้อ ทะเบียนตัวแม่ 70-3323 ราชบุรี ตัวลูก 70-3324 ราชบุรี และนายมานพ วงษ์โพธิ์ อายุ 60 ปี ที่จอดติดไฟแดงและโดนลูกหลง ไปสอบสวนเพื่อจะได้สรุปหาข้อเท็จจริง ซึ่งจะได้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดต่อไป.