"กระทรวงยุติธรรม" ครบรอบสถาปนา 131 ปี "สมศักดิ์" หวังข้าราชการรักษาความดี-พัฒนาความสามารถ ขับเคลื่อนงานกระทรวง เน้นงานเชิงรุก-ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 65 ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) มีการจัดงานครบรอบวันสถาปนากระทรวงยุติธรรม 131 ปี โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว. น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ร่วมงาน โดยในช่วงเช้ามีการทำบุญแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นเป็นการมอบเข็มเครื่องหมายยุติธรรมธำรง ประจำปี 2565 ให้กับบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2564 และรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นของกระทรวงยุติธรรม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การจัดงานสถาปนากระทรวงยุติธรรม ที่จัดขึ้นในวันที่ 25 มี.ค.ของทุกปี เพื่อแสดงความกตัญญูและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่ทรงสถาปนากระทรวงยุติธรรม และตนขอแสดงความยินดีกับข้าราชการที่ได้รับรางวัล และผู้ให้การสนับสนุนกระทรวงยุติธรรมทุกท่าน ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญ และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงยุติธรรม ตนรู้สึกภูมิใจกับทุกท่าน และเชื่อมั่นว่าทุกท่านจะรักษาความดีและพัฒนาความสามารถของตน เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เพื่อนร่วมงาน ครอบครัวและบุคคลทั่วไป และเสริมสร้างเกียรติให้กับข้าราชการทุกคน

จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้เดินชมบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงยุติธรรม อาทิ กองทุนยุติธรรม ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในการให้คำแนะนำทางด้านกระบวนการกฎหมาย การให้บริการและติดตามผลงานผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทาง และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน งานด้านการไกล่เกลี่ยของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมบังคับคดี การสอบปากคำบุคคลในคดีพิเศษ โดยใช้ระบบบันทึกคำให้การ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และได้มอบเงินค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา 5 ราย รวมเป็นเงิน 479,790 บาท

นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันครบรอบ 131 ปี กระทรวงยุติธรรม การดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรมที่ผ่านมาในยุคของตนนั้น เราได้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่อยู่ในขอบข่ายของกฎหมายในการรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา และยังมีการจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สิน 4 ภาค ที่เราได้จัดไปแล้ว 3 จัดหวัด ซึ่ง 98% ที่มาไกล่เกลี่ยประสบผลสำเร็จ โดยช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่า 6,000 ราย มูลค่าทรัพย์กว่า 1,100 บาท แต่อุปสรรคคือคนที่น่าจะมาร่วมงานกลับไม่มา เราเสียดายโอกาสตรงนี้มาก จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลูกหนี้มาร่วมงานที่เราจัด ถ้าไม่มาเราก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง เพราะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้เรายังปลดล็อกพืชกระท่อม เปลี่ยนใบไม้เป็นเงินมูลค่าแสนล้านบาท สร้างอาชีพสร้างรายได้ใหม่ให้แก่ประชาชน และตนหวังว่าทุกหน่วยงานจะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัยในการช่วยเหลือประชาชน

ต่อมา นายสมศักดิ์ ได้ร่วมสังเกตการไกล่เกลี่ย ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยกระทรวงยุติธรรม โดยกรณีแรกมีลูกหนี้ของ โตโยต้า ลิสซิ่ง เป็นหนี้ทั้งหมด 530,000 บาท โดยได้ขอให้กรมบังคับคดีช่วยไกล่เกลี่ย ผลปรากฏว่าได้รับการลดหนี้ดอกเบี้ยและค่าปรับได้ 200,000 บาท ส่วนอีกรายศาลมีคำสั่งบังคับคดี กรณีป้าซื้อบ้านแต่ใช้ชื่อของหลาน แต่หลานได้ไปซื้อรถจักรยานยนต์อีกคัน และไม่ส่งค่างวดจนเป็นหนี้ถูกฟ้องรวมทั้งหมด 980,000 บาท ผลการไกล่เกลี่ยสามารถลดดอกเบี้ยและค่าปรับเหลือยอดหนี้ 410,000 บาท และรายสุดท้ายเป็นหนี้ กยศ. 76,000 บาท เมื่อทราบข่าวประชาสัมพันธ์จึงรีบมาเพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ย โดยทาง กยศ.ให้ใช้เงินที่ส่งค่างวดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยมาก่อนหน้านี้ไปหักเงินต้นทั้งหมด.