รอง ผบ.ตร. พร้อมอธิบดีกรมอุทยานฯ แถลงโชว์ผลงาน ตร.ปทส. ทลายแก๊งล่าสัตว์ป่า และนำซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาจำหน่าย พร้อม 3 ผู้ต้องหา และของกลางลูกแมวดาว หนังเสือพันธุ์ต่างๆ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ก.พ. 65 พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปทส.ตร., อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง
โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 65 เจ้าหน้าที่ ศปทส.ตร. ได้ทำการสืบสวนหาข่าวสืบทราบว่า ที่หมู่บ้านซองกาเลีย ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีการนำหนังเสือและชิ้นส่วนของสัตว์ป่าอื่นๆ จากประเทศเพื่อนบ้านมาเก็บไว้เพื่อจำหน่ายให้กับนายทุน จึงได้วางแผนให้สายลับทำการติดต่อเพื่อขอซื้อสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่า จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 65 สายลับได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีจำนวน 20,000 บาท และนัดหมายรับสินค้าที่สุกัญญา รีสอร์ท ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จึงเข้าไปทำการตรวจสอบที่รีสอร์ตดังกล่าว พบผู้ต้องหาพร้อมของกลางซึ่งไม่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด จึงทำการจับกุมพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
...
ผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายไมตรี บุญเศรษฐ์ศิริ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 17 หมู่ที่ 1 ตำบลยางสาว อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ 2.นายดวงดี มูลสามารถ อายุ 32 ปี ที่อยู่ 275 หมู่ที่ 6 ตำบลชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ 3.นายเทวิน ไม่มีนามสกุล อายุ 44 ปี (ชาวพม่าเชื้อสายมอญ)
พร้อมของกลาง 1.ลูกแมวดาว หรือแมวแกว จำนวน 3 ตัว (ราคาตัวละ 5,000 บาท) 2.หนังเสือโคร่ง จำนวน 1 ผืน ขนาดยาว 310 ซม. กว้าง 80 ซม. ราคาผืนละ (1,500,000 บาท) 3.หนังเสือลายเมฆ จำนวน 3 ผืน (ราคาผืนละ 100,000 บาท) 4.หนังเสือดาว หรือเสือดำ จำนวน 2 ผืน (ราคาผืนละ 200,000 บาท) รวมสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งสิ้นจำนวน 4 ชนิด 3 ตัว 6 ซาก รวมราคาประเมิน ของกลาง จำนวน 2,200,000 บาท และอุปกรณ์การกระทำความผิด
จึงแจ้งข้อหากระทำความผิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 1.มาตรา 17 ในข้อหาร่วมกันมีสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ใน ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.มาตรา 29 ในข้อหาร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนสอบสวน หากพบพยานหลักฐานว่ามีการนำสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า (เสือ) ซึ่งเป็นสัตว์ควบคุมลักลอบเข้ามาจากต่างประเทศอาจเป็นความผิดในข้อหานำเข้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าควบคุม (สัตว์ไซเตส) ซากสัตว์ป่าดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 23.