“พลู” เป็นพืชไม้เลื้อยที่เชื่อมโยงสังคมไทยมานาน นอกจากกินคู่กับหมากแล้วยังใช้ประกอบพิธีมงคลต่างๆจนถึงปัจจุบัน ทำให้ตลาดในประเทศยังเปิดกว้าง

ขณะที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรหลายรายจึงหันไปปลูกพลูเป็นอาชีพเสริมและเน้นส่งออกเป็นหลักจนกลายเป็นรายได้มั่นคงเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย

เช่นเดียวกับ นางบังอร วงศ์สาย และ น.ส.ลำดวน บดีรัฐ สองพี่น้อง ใช้พื้นที่ปลูกพลูแค่ 2 ไร่ ข้างบ้านเลขที่ 12 หมู่ 1 ต.ช่องลม อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เพียงไม่กี่ปีก็สามารถปลดหนี้มีเงินใช้จ่ายไม่ขัดสน

นางบังอรเผยว่า เริ่มปลูกพลูตามคำแนะนำของ นางสุธาทิพย์ บางพราน ผู้จัดการสำนักงานสหกรณ์อำเภอลานกระบือที่นำเจ้าหน้าที่เข้ามาส่งเสริมเกษตรกรตามโครงการ “ปลูกพลู อาชีพเสริมที่มั่นคง ยั่งยืน”

สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมคือพลูเขียวใต้ เนื่องจากต่างประเทศมีความต้องการสูง หากเทียบกับการทำเกษตรชนิดอื่นๆที่เคยทำมา ถือว่าพลูเป็นพืชทางเลือกที่สดใส

ที่สำคัญพลูปลูกง่าย แค่ลงทุนทำเสาและสแลนให้พลูเลื้อยและพรางแสง จากนั้นคอยเอาใจใส่ดูแล หมั่นรดน้ำ ให้ปุ๋ยสม่ำเสมอ และระมัดระวังเรื่องศัตรูพืชบ้าง แต่ไม่มาก

เพียงแค่ 6 เดือนก็เก็บใบขายได้แล้ว ทำครั้งเดียวหากดูแลดีๆ กินยาว 5–10 ปี ไม่ต้องไปลงทุนเพิ่มเหมือนพืชชนิดอื่นๆ

เดือนหนึ่งเก็บขายได้ 2 รอบ ผลผลิตประมาณรอบละ 100 กก. ขายในราคาประกัน กก.ละไม่ต่ำกว่า 35-65 บาท นอกจากนี้ยังจำหน่ายพันธุ์อีกต้นละ 25 บาท โดยมีเกษตรกรสนใจสั่งซื้อจนผลิตส่งให้แทบไม่ทัน

ยอมรับว่าช่วงโควิด-19 ระบาดหนักการส่งออกหยุดชะงัก ทำให้เก็บใบพลูขายต่างประเทศไม่ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น สามารถเก็บใบพลูขายได้เหมือนเดิม

ด้านนางสุธาทิพย์กล่าวว่า สหกรณ์ฯได้ทำ MOU กับบริษัทส่งออก พลูไปจำหน่ายที่ประเทศไต้หวันและปากีสถาน ทำให้มีตลาดแน่นอน

อนาคตมีแผนสนับสนุนปลูกพลูสู่เกษตรกรแปลงใหญ่รองรับตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ.

จักรพรรณ์ ร้องเสียง/รายงาน