ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี สั่งเค้นสอบไอ้โหดฆ่ายัดกล่องสาว 18 หาชนวนเหตุที่แน่ชัด พ่อเหยื่อสาวไม่เชื่อลมปากฆาตกรทมิฬอ้างแอบคบหากันแล้วถูกฝ่ายหญิงบีบบังคับให้พาไปเปิดตัวกับผู้ใหญ่ ยันลูกสาวมีแฟนแล้วเป็นหนุ่มชาวลาวโทร.คุยกันทุกวัน วอนตำรวจคืนความเป็นธรรมให้ลูกสาว สงสัยแอบชอบเลยบุกข่มขืนฆ่าโหดขอให้ถูกประหารชีวิตตายตกไปตามกัน ตำรวจ พฐ.เข้าค้นห้องพักเก็บหลักฐานเพิ่มเติม พบกล่องพลาสติกใบใหญ่แตก คาดเป็นใบแรกที่ยัดศพแต่กล่องแตกเลยเปลี่ยนใบใหม่ ด้านเมียผู้ต้องหาเผยผัวเป็นคนอารมณ์ร้อน เชื่อเสพยาจนเมาเลยลงมือก่อเหตุ
จากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ น.ส.สุมิตา หรือน้องเต็น พลเสน อายุ 18 ปี ถูกฆ่ายัดกล่องพลาสติกทิ้งในพงหญ้าริมคลองหลังบ้านพักคนงานแพลนต์ปูน หมู่ 7 ต.ศาลาขาว อ.เมืองสุพรรณบุรี ตำรวจตามจับกุมฆาตกรโหดได้คือนายธนากร อรัญทอง อายุ 20 ปี คนงานแพลนต์ปูนเดียวกันพักอยู่ข้างห้องผู้ตาย หลบหนีไปอยู่บ้านเมียที่ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าตัวอ้างว่าแอบคบหากับผู้ตายไม่มีใครรู้ผู้ตายต้องการให้รับผิดชอบเลี้ยงดูและพาไปเปิดตัวกับผู้ใหญ่ แต่ตนปฏิเสธเพราะมีลูกเมียอยู่แล้ว ทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันก่อนบีบคอเสียชีวิตแล้วยัดศพใส่กล่องเอาไปทิ้งอำพรางคดี
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 ก.พ. ชุดสืบสวนไปรับตัวนายธนากร อรัญทอง ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ สภ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ เดินทางกลับมาถึง สภ.เมืองสุพรรณบุรี ผู้ต้องหามีอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ตำรวจต้องนำตัวเข้าห้องขังเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อน ซื้อข้าวและน้ำเข้าไปให้กิน พร้อมทั้งเฝ้าจับตาดูแลเป็นพิเศษเพราะเกรงว่าจะคิดสั้นทำร้ายตัวเองและในช่วงเย็นพนักงานสอบสวนนำตัวออกมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายประสาน หมทอง อายุ 53 ปี พ่อผู้ตายเดินทางไปรับศพลูกสาวที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พร้อมเผยว่า ผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้นแพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติอาจเกิดจากการขาดอากาศหายใจหรือได้รับบาดเจ็บ ส่วนผลผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดจะต้องรออีกครั้ง จะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดชุมนุมพระ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ยังรู้สึกเสียใจกับการจากไปของลูกสาว อยากให้ลงโทษประหารชีวิตผู้ต้องหาจะได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดอย่างที่ลูกสาวตนได้รับ
...
พ่อผู้สูญเสียเผยต่อไปว่าทำงานขับรถเทปูนเคยเห็นผู้ต้องหาหลายครั้ง แต่ไม่เคยพูดคุยด้วยเพราะไม่ลงรอยกันอยู่ก่อนแล้ว คิดว่าสาเหตุการฆ่าลูกน่าจะมาจากเรื่องอื่นมากกว่า ขอให้ตำรวจตรวจสอบทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ของลูกสาวไม่เชื่อที่ผู้ต้องหาอ้างว่าคบหาเป็นแฟนกันเพราะลูกสาวบอกตลอดว่ามีแฟนหนุ่มเป็นชาวลาว โทรศัพท์คุยกันทุกคืน วันก่อนถูกฆ่าตายยังโทร.คุยกันอยู่เลย ผู้ต้องหาอาจจะแอบชอบลูกสาวที่เดินผ่านหน้าห้องเป็นประจำ ยังติดใจสงสัยว่าลูกจะถูกข่มขืนก่อนฆ่าหรือไม่ รวมถึงสงสัยว่าคนร้ายเสพยาด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ตนเคยมีเรื่องบาดหมางกับคนงานชุดที่ออกไปแล้วเอาคนร้ายรายนี้มาทำงานแทน แต่เป็นทีมงานเดียวกันไม่แน่ใจว่าจะมีความเกี่ยวข้องหรือไม่
ด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้พบศพคนแรกกล่าวว่า ไม่เชื่อที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่ามีความสัมพันธ์กับผู้ตาย เนื่องจากแฟนของผู้ตายเป็นหนุ่มชาวลาว ผู้ตายยังเคยแคปหน้าจอส่งมาให้ดูว่าพูดคุยกับแฟนหนุ่มตลอด ศพพูดไม่ได้แต่ผู้ต้องหาพูดได้จะอ้างอะไรก็ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ตายด้วย ขณะที่นายลองเอ ชาวพม่ากล่าวว่า เป็นคนช่วยนายธนากรยกกล่องดำลงมาจากห้องเอาไปโยนทิ้งในป่าหญ้าริมคลอง โดยนายธนากรเรียกให้มาช่วยยกกล่องใส่ขยะลงไปทิ้งข้างล่างกล่องวางอยู่ในห้องน้ำตอนยกออกมายังสงสัยว่าทำไมขยะหนักมาก พอสอบถามนายธนากรยืนยันว่าเป็นขยะจริง พอโยนทิ้งเสร็จก็ไม่ได้คิดอะไรจนมาทราบภายหลังว่าเป็นศพอยู่ในกล่อง
พล.ต.ต.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า หลังจากได้ตัวผู้ต้องหาที่ จ.กาฬสินธุ์ นำตัวกลับมาที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อสอบสวนปากคำอย่างละเอียด ถึงแม้ผู้ต้องหาจะยอมรับสารภาพแล้วแต่ยังถือว่าเป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้างเบื้องต้น ต้องสอบสวนให้แน่ชัดถึงสาเหตุการลงมือฆ่าในครั้งนี้ ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ต่อมาเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.สุพรรณบุรี เข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่ห้องพักของนายธนากร ผู้ต้องหา และห้องพักของ น.ส.สุมิตา ผู้ตาย นอกจากนี้ยังพบกล่องพลาสติกสีเขียวซุกอยู่ในห้องน้ำร้างข้างบันไดทางขึ้นชั้นสอง เป็นกล่องขนาดใหญ่กว้างประมาณ 70 ซม.สูงประมาณ 50 ซม. สภาพแตก ลักษณะคล้ายกับถูกวัตถุบางอย่างยัดลงไปจนแตก เป็นกล่องของน้องเต็นที่หายไป ภายในกล่องพบเศษชิ้นส่วนสายยกทรง 1 ชิ้น คาดว่าเป็นกล่องที่คนร้ายนำร่างน้องเต็นยัดใส่ทีแรกแล้วกล่องแตก จึงนำกล่องสีดำอีกใบมาใส่ศพแล้วนำไปทิ้ง ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมประกอบสำนวนคดี
ด้าน น.ส.ปิยะพร กาญจน์จันดา อายุ 18 ปี ภรรยานายธนากรบ้านอยู่ อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ เผยว่า อยู่กินกับนายธนากรได้ประมาณ 1 ปี มีลูกสาววัย 4 เดือน สามีไปทำงานก่อสร้างที่ จ.สุพรรณบุรี ได้ 5-6 เดือน ปกติเป็นคนอารมณ์ร้อน เดินทางกลับมาบ้านเมื่อวันที่ 2 ก.พ.บอกเพียงว่าคิดถึงลูก แต่ไม่ได้เล่าให้ฟังว่าไปทำอะไรมา ก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะปกติทุกๆ 2 เดือนนายธนากรจะกลับมาเยี่ยมบ้าน กระทั่งมีตำรวจตามมาจับกุมจึงทราบเรื่อง ตกใจมากทีแรกไม่อยากเชื่อเพราะสามีแม้จะเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่ไม่ได้เป็นคนโหดร้ายขนาดนั้น คาดว่าขณะก่อเหตุน่าจะเสพยาด้วย เพราะหากไม่เสพยาจะไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้