ตามลากคอได้แล้ว 4 ใน 9 นักโทษแหกคุก มทบ.11 จ.นครปฐม เป็น ผู้ต้องขังใหม่คดียาเสพติดและลักทรัพย์ ที่นำมากักตัว 14 วันก่อนส่งเรือนจำตามมาตรการป้องกันโควิด หัวโจกแอบเอาใบเลื่อยเข้าไปตัดลูกกรงเหล็กหน้าต่างเรือนนอน ใช้เวลาตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงตี 1 แล้วเสร็จ พากันมุดตัวออกมาแยกย้ายกันเผ่นหนี มาคิดได้ภายหลังขอมอบตัว 2 คน ถูกจับได้ 2 คน ยังเหลือหลบหนีอีก 5 คนเร่งตามล่าตัว ขณะที่กรมราชทัณฑ์ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น

ปฏิบัติการอุกอาจ 9 นักโทษแหกคุกหนี เปิดเผย เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 11 ธ.ค. พ.ต.ท.ธนิศร เอกรัตนณัฐ สว. (สอบสวน) สภ.สามควายเผือก อ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งว่า มีผู้ต้องขังหลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวทุ่งน้อย (มทบ.11) ต.ทุ่งน้อย อ.เมืองนครปฐม รายงานให้ พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.นฤพนธ์ วานิชนุเคราะห์ ผกก.สภ.สามควายเผือก นำกำลังฝ่ายสืบสวนร่วมกับ ชุดสืบสวนภาค 7 ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐมแจ้งว่า มีผู้ต้องขังเข้าใหม่ที่ศาลตัดสินความผิดคดีสิ้นสุดแล้ว ถูกแยกมากักตัวที่เรือนจำ มทบ.11 ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 หลบหนีไปจากเรือนนอน ชาย 9 คน ประกอบด้วยนายวัชระ นะโมมั่น อายุ 28 ปี ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย นายเอกราช แป้งกลั่น อายุ 18 ปี ความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด นายวีรเชษฐ์ เทพชู อายุ 28 ปี ความผิดฐานลักทรัพย์ นายนัถกร มาตรวังแสง อายุ 24 ปี ความผิดฐานลักทรัพย์ นายไพฑูรย์ มีคลองแบ่ง อายุ 36 ปี ความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด นายบำรุง วงศ์สว่าง อายุ 43 ปี ความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด นายพัชรวุฒิ มูลทองสงค์ อายุ 38 ปี ความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด นายจำรูญ คล้ายสุบรรณ อายุ 33 ปี ความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด และนายพานิช บัวศร อายุ 35 ปี ความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติด

...

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องขังทั้งหมดหลบหนีออกไปจากเรือนนอน 1/5 มีรอยถูกใบเลื่อยตัดลูกกรงเหล็กช่องหน้าต่างเป็นรูพอมุดออกได้ กล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ เจ้าหน้าที่เรือนจำและตำรวจกระจายกำลังออกตามล่าตัวผู้ต้องขังทั้ง 9 คน พร้อมแจ้งไปยังโรงพักใกล้เคียงให้ช่วยตรวจสอบในพื้นที่ กระทั่งเวลา 06.00 น.วันเดียวกัน ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากญาติผู้ต้องขัง 2 คนที่หลบหนี ออกมาคือ นายนัถกร มาตรวังแสง อายุ 24 ปี ผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ และนายเอกราช แป้งกลั่น อายุ 18 ปี ผู้ต้องขังคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด ขอเข้ามอบตัว ที่โรงเรียนทวาราวดี เทศบาล 4 เขตเทศบาลนครปฐม ตำรวจไปรับตัวมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองนครปฐม พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชามาร่วมสอบปากคำผู้ต้องขังทั้ง 2 คน

ในช่วงบ่าย พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 มอบหมายให้ พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก. ภ.จ.นครปฐม นายวรชัย อารักรัฐ ผบ.เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมชุดสืบสวนร่วมประชุมวางแนวทางตามล่าตัวผู้ต้องขังอีก 7 คนที่ยังหลบหนี จากการสอบสวนผู้ต้องขัง 2 คน ที่เข้ามอบตัวเผยว่า ในกลุ่มมี1คนเป็นหัวโจก ลอบนำใบเลื่อยมาเลื่อย ลูกกรงหน้าต่างเรือนนอนตั้งแต่ช่วงประมาณ 6 โมงเย็นหลังรับประทานอาหาร จนสำเร็จเวลาประมาณตี 1 ตัดเหล็กลูกกรงเป็นช่องพอคนลอดตัวออกมาได้ ชวนกันหนีออกมาทั้งหมด 9 คน คิดว่าหากไม่หนีออกมาด้วยกลัวจะถูกทำร้ายเลยต้องตกกระไดพลอยโจนหนีตามกันออกมา พอออกมาแล้วแยกย้ายกันหนี หัวโจกบอกว่าจะไปหาญาติที่ อ.ดอนตูม ส่วนพวกตนเดินเท้าและวิ่งออกมาระยะทางร่วม 10 กม.ภายหลัง คิดได้ว่าต้องโทษเพียงเล็กน้อย ไม่ควรจะหลบหนี เลยโทรศัพท์บอกญาติมารับไปมอบตัวตำรวจ

ต่อมาตำรวจตามจับผู้ต้องขังที่หลบหนีได้เพิ่มอีก 2 คน คือนายไพฑูรย์ มีคลองแบ่ง อายุ36ปี ผู้ต้องขังคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด หนีไปอยู่บ้านญาติใน ต.บ่อพลับ อ.เมืองนครปฐม และนายวีรเชษฐ์เทพชู อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์ หนีไปอยู่บ้านญาติที่ ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รวมตามจับตัวมาได้แล้ว 4 คน ยังเหลือหลบหนีอีก 5 คน

พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์เผยว่า ต้องตามจับกุมผู้ต้องขังที่ยังหลบหนีมาให้ได้โดยเร็วที่สุดเพราะถือเป็นบุคคลอันตราย สั่งการให้ชุดสืบสวนบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่เรือนจำไปติดตามกดดันตามบ้านญาติ คาดว่าจะตามจับกุมตัวมาได้ทุกคน สำหรับผู้ต้องขังทั้งหมดต้องโทษคดียาเสพติดและลักทรัพย์ ไม่ถึงกับเป็นคดีร้ายแรง มีโทษไม่มากและเพิ่งถูกจับดำเนินคดี เป็นผู้ต้องขังใหม่จะต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ก่อนส่งเข้าเรือนจำกลางนครปฐม ทางเรือนจำขอนำผู้ต้องขังมากักตัวที่เรือนจำ มทบ.11 ที่แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนควบคุมผู้ต้องขังทหาร และโซนของเรือนจำที่ไปขอใช้เป็นสถานที่กักตัว มีกำแพงกั้นกลางและมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ควบคุมดูแล ทางกรมราชทัณฑ์ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

สำหรับเรือนจำ มทบ.11 ที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด กรมราชทัณฑ์มาขอใช้พื้นที่เพื่อกักตัวนักโทษใหม่ก่อนจะส่งเข้าเรือนจำ มีเนื้อที่ทั้งหมด 54 ไร่ มี 4 เรือนขังในพื้นที่กว่า 20 ไร่ แบ่งให้กรม ราชทัณฑ์ใช้เป็นพื้นที่กักตัวผู้ต้องขังพลเรือน 2 เรือนขัง ในพื้นที่กว่า 4 ไร่ มีกำแพงรั้วสูง 4 เมตรแยกสัดส่วนกับเรือนขังของผู้ต้องขังทหารอย่างชัดเจน ปัจจุบันมีนักโทษพลเรือนที่มากักตัว 276 คน มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดูแลเองทั้งหมด