ทะลักต่อเนื่อง 37 แรงงานเขมร ย่องเข้าไทยกลางดึก หวังจะไปทำงานชลบุรี ถูกนายหน้าหลอกว่าไทยต้องการแรงงาน และนายจ้างจะพาไปขึ้นทะเบียน โดยจ่ายค่าหัวรายละ 2-3 พัน


เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 11 พ.ย. 64 พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.ทพ.12 ฉก.อรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ได้สั่งการให้ พ.ท.ณัฐพล ม้วนเงิน รอง ผบ.ชค.ทพ.12 ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ จนท.ชุดสืบสวน สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สนธิกำลังกับชุดปฏิบัติการร่วม ชค.ทพ.12 ออกลาดตระเวนเข้มตามแนวชายแดนช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ตามคำสั่งของ พล.ต.อมฤต บุญสุยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา หลังได้รับเบาะแสว่าจะมีแรงงานเถื่อนชาวเขมรลักลอบข้ามตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย ในช่วงกลางดึกเพื่อหวังรอดสายตา จนท.



ต่อมา จนท.ชุดปฏิบัติการร่วม ชค.ทพ.12 ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย คาดว่าเป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา กำลังเดินเท้าย่องเงียบฝ่าความมืดข้ามตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทย บริเวณไร่อ้อยของชาวบ้านท้ายหมู่บ้านโนนพัฒนา ม.13 ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนท.จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมไร่อ้อย และสามารถควบคุมแรงงานต่างด้าวชาวเขมรไว้ได้ทั้งหมดรวม 37 คน เป็นชาย 18 คน หญิง 19 คน ตรวจสอบไม่มีเอกสารเดินทางและเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศไทย จึงได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระแก้ว

จากนั้นจึงร่วมกันสอบสวนเบื้องต้น ซึ่งชาวเขมรทั้งหมดรับว่าเดินทางมาจาก จ.กำปงธม และ จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เพื่อจะไปทำงานใน จ.ชลบุรี โดยเสียค่าเดินทางให้กับนายหน้าชาวกัมพูชาในฝั่งปอยเปตฯ มาคนละ 2,000-3,000 บาท จนท.จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ทั้งนี้แรงงานชาวเขมร เผยว่า นายหน้าชาวเขมรในฝั่งปอยเปตฯ บอกว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังต้องการแรงงานจำนวนมาก หากแรงงานเขมรได้เข้ามาทำงานกับนายจ้างแล้ว นายจ้างคนไทยจะสามารถนำไปขึ้นทะเบียนแรงงานที่ถูกกฎหมายให้ได้ เพราะว่าประเทศไทยกำลังเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่อีกรอบ และนายหน้าชาวเขมรยังบอกอีกว่า หากรอเข้ามาทำงานในประเทศไทยตาม MOU ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากคนละกว่า 20,000 บาท และยังต้องถูกกักตัว 7-14 วันด้วย และก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เข้ามาเมื่อไหร่ จึงทำให้มีชาวเขมรจำนวนมากจ้องลักลอบข้ามแดนเข้ามาทำงานในประเทศไทยช่วงนี้ เพื่อนายจ้างจะได้พาไปขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้ได้.