ราษฎรโครงการห้วยองคตฯ จ.กาญจนบุรี คุณภาพชีวิตดี ภายใต้ระบบนิเวศสมบูรณ์

ข่าว

    ราษฎรโครงการห้วยองคตฯ จ.กาญจนบุรี คุณภาพชีวิตดี ภายใต้ระบบนิเวศสมบูรณ์

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 ต.ค. 2564 03:47 น.

    ราษฎรโครงการห้วยองคตฯ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี มีคุณภาพชีวิตดี-มั่นคง ภายใต้ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ จากพระกรุณาธิคุณของ "ในหลวง ร.9" ชาวบ้านซาบซึ้ง ขอตั้งใจสืบสานต่อยอดแนวทางที่ได้รับการช่วยเหลือ เพื่อเป็นต้นแบบของชุมชนอื่นต่อไป

    เมื่อวันที่ 15 ต.ค.64 นายปัญญา ทัศนบรรจง ที่ปรึกษาโครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานโครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้กับราษฎร อ.หนองปรือ ทำให้ผืนป่า ที่ถูกบุกรุกทำลายจนเสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทำให้ผู้คนมีที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เดียวกันได้ นับเป็นต้นแบบในการศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปแก้ไขพื้นที่ที่มีปัญหาคล้ายคลึงกันได้เป็นอย่างดี

    นายปัญญา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้โครงการห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีพื้นที่ประมาณ 20,625 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พระฤาษี–เขาบ่อแร่ โดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้เพื่อจัดทำโครงการตั้งแต่ปี 2534-2564 ครอบคลุมพื้นที่ 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ 3 บ้านห้วยแม่ระวาง หมู่ 4 บ้านม่วงเฒ่า หมู่ 5 บ้านบารมี และหมู่ 7 บ้านห้วยองคต มีการดำเนินงานสนองพระราชดำริจากส่วนราชการ ภาคเอกชน และราษฎร โดยการจัดตั้งเป็นคณะทำงานมีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อบูรณาการแผนงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ โดยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและต่ำคล้ายลูกคลื่น ในหุบเขามีภูเขาล้อมรอบมีลำน้ำหลายสายไหลลงสู่ใจกลางพื้นที่ จนเกิดลำห้วยลำตะเพิน และจากการใช้พื้นที่เพื่อทำกินของราษฎรเมื่ออดีตแบบพืชเชิงเดี่ยว จำพวกอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมีการแพ้วถางเพิ่มพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ยังผลให้ลำห้วยตื้นเขินจากตะกอนดิน ในฤดูฝนกระแสน้ำไหลบ่าจากภูเขารอบข้างอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่ในวงกว้าง

    "ส่งผลให้ชาวบ้านมีความลำบาก เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ทางการจะเข้ามาพัฒนาก็ยาก เพราะเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ระบบสาธารณูปโภคต่างๆไม่มี ระหว่างนั้นมีพระภิกษุจากวัดป่าชัยรังสี จ.สมุทรสาคร ชาวบ้านเรียกว่าหลวงตาจันทร์ คเวสโก มาที่นี่เพื่อปลูกป่าและขุดสระน้ำสร้างโรงเรียน และโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลวงตาจันทร์ มีลูกศิษย์มากอยู่แทบทุกจังหวัดทั่วสารทิศ ก็เป็นแรงดึงดูดและสร้างความศรัทธาให้เกิดความร่วมมือต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะจากภาคประชาชนให้มาร่วมพัฒนาพื้นที่ ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระองค์ได้รับสั่งกับ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สำนักงาน กปร.ในขณะนั้น พร้อมกับอธิบดีกรมชลประทานว่า ให้มาประสานงานช่วยเหลือการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับหลวงตาจันทร์ หลังจากนั้นพระองค์พระราชทานพระราชดำริให้จัดหาที่ดินเพื่อจัดทำโครงการฯ ช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนในบริเวณนี้ และพระองค์ได้พระราชทานชื่อโครงการว่า ห้วยองคต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" นายปัญญา กล่าว

    นายปัญญา กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับสั่งกับส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงาน 3 ประเด็น คือ 1) ให้ประสานงานช่วยเหลือพระอาจารย์จันทร์ 2) ให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณลำห้วยลำตะเพิน และลำห้วยสาขา และ 3) ให้มีการปลูกป่าบริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ซึ่งพระองค์ทรงเน้นเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม โดยให้ราษฎรได้อยู่ทำกินร่วมกับการคงอยู่ของธรรมชาติอย่างเกื้อหนุนไม่เบียดเบียนกัน ซึ่งจะทำให้ทุกชีวิตมีความผาสุก 

    นายปัญญา กล่าวต่อว่า ซึ่งต่อมามีการจัดสรรที่ทำกินให้ราษฎรครอบครัวละ 8 ไร่ สำหรับอยู่อาศัยอีก 1 ไร่ หากเป็นครอบครัวใหญ่มีบุตรหลายคน จะได้ที่ทำกินเพิ่มเป็น 16 ไร่ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนชัดเจน ส่วนใดมีป่าคงเหลืออยู่ ก็จะกันเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ละร่วมกันฟื้นฟูปลูกป่าเพิ่ม ที่ใดเหมาะทำกินหรืออยู่อาศัยมีการจัดแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยรวมเป็นที่อยู่อาศัยประมาณ 850 ไร่ พื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 7,200 ไร่ พื้นที่ปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์ประมาณ 7,000 ไร่ และพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสาธารณูปโภคสำหรับสร้างอ่างเก็บน้ำคลองส่งน้ำ สถานที่ราชการ วัด และสาธารณประโยชน์ต่างๆ ประมาณ 5,575 ไร่ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ราษฎรมีความรู้ในการทำกินด้วย ลักษณะพึ่งตนเองควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทาง "บวร" คือ บ้าน วัด ราชการ และโรงเรียน ร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตลอดถึงวิถีชีวิตของราษฎรในพื้นที่

    "ในฐานะพสกนิกรที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่าน ทุกคนตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่า ได้รับความอนุเคราะห์และความช่วยเหลือในเรื่องที่ดินทำกิน จึงทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากที่ไม่มีอะไรเลย ถือได้ว่าที่นี้เป็นดินแดนที่มีคุณภาพชีวิตมีสวัสดิการอย่างสมบูรณ์ มีถนนหนทางมีไฟฟ้า ได้รับการพัฒนาส่งเสริมอาชีพและมีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัยที่สามารถตกทอดไปสู่ลูกหลานเป็นมรดกได้ ทุกคนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และตั้งใจจะสืบสานและต่อยอดแนวทางที่ได้รับการช่วยเหลือดูแลจากโครงการฯให้ยั่งยืน และเป็นต้นแบบของชุมชนอื่นตลอดไป" นายปัญญา กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โครงการห้วยองคตฯโครงการพระราชดำริราษฎรโครงการห้วยองคตฯระบบนิเวศที่ดินทำกินคุณภาพชีวิตกาญจนบุรีข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 08:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์