ศูนย์วิจัยข้าวอยุธยา ช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้งเกษตรกรนาแปลงใหญ่ ทุ่งทะเลมหาราช เพื่อให้ชาวนามีความยั่งยืนในอาชีพ มีการบริหารจัดการน้ำเป็นระบบ ป้องกันปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้ง โดยเชื่อมโยงกับชลประทาน
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 64 นายพิสิฐ พรหมนารท ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานในสังกัดกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการดำเนินงานเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในทุกขั้นตอน ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาด ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้พี่น้องชาวนามีความยั่งยืนในอาชีพทำนา ซึ่งพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นา เกษตรกรประกอบอาชีพทำนา และมีการเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยาเป็นหน่วยงานหลักที่เข้ามาดูแล
และเมื่อปี 2560 จ.พระนครศรีอยุธยามีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวเหลื่อมเวลา เพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ป้องกันปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้ง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง น้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าว ทำให้ชาวนาปรังปลูกข้าวล่าช้ากว่ากำหนด โดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่งทะเลมหาราช ซึ่งเป็นพื้นที่ของเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่บางนาน้ำเต้า ต.บางนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา รวมพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 12,000 ไร่ ชาวบ้านมองเห็นถึงวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงได้นำเสนอให้ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยาช่วยประสานหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงทางจังหวัดให้เร่งดำเนินการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
...
ด้านนายบุญประกอบ แซ่ลิ้ม ผู้จัดการกลุ่มแปลงใหญ่บางนาน้ำเต้า ต.น้ำเต้า อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า แปลงใหญ่ข้าวเรามีพื้นที่ 3,000 ไร่ เกษตรกร 60 กว่าราย เจอปัญหาภัยแล้ง พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ จึงได้พูดคุยกับสมาชิกว่าจะหาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อเกิดภัยแล้ง โดยเห็นว่าทุ่งทะเลมหาราชมีมวลน้ำเยอะ จึงนำเสนอให้นำน้ำจากทุ่งมหาราชมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและสมาชิกแปลงใหญ่ที่ขาดแคลนน้ำ โดยศูนย์วิจัยข้าวเข้ามาช่วยแนะนำการบริหารจัดการน้ำเชื่อมโยงกับชลประทาน ผลักดันน้ำที่ทุ่งทะเลมหาราชมาสู่พี่น้องเกษตรกร กลายเป็น “ทุ่งมหาราชโมเดล” จนสามารถบรรลุผลได้อย่างดีเยี่ยม.