อัยการสูงสุดแจ้ง พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ให้สอบสวนเพิ่มเติมคดี บิลลี่ พอละจี ใน 4 ประเด็นก่อนชี้ขาด ขณะที่อธิบดี DSI ลงพื้นที่เพชรบุรี แจ้งผลการสอบสวนคดีพิเศษ และให้กำลังใจ มึนอ
ความคืบหน้าในคดีที่ดีเอสไอมีคำสั่งฟ้องดำเนินคดีกับอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายบิลลี่ แต่อัยการมีความเห็นแย้ง และส่งเรื่องกลับไปให้ดีเอสไอและดีเอสไอยืนความเห็นจนต้องให้อัยการสูงสุดชี้ขาด ล่าสุดอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พงส.ดีเอสไอสอบเพิ่มเติมใน 4 ประเด็น
...
ล่าสุดวันพุธที่ 29 ก.ย. 2564 พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางลงพื้นที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พบนางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของนายบิลลี่ พอละจี แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยง บ้านโป่งลึก บางกลอย เพื่อแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการในคดีพิเศษที่ 13/2562 กรณี การหายตัวไปของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สอบสวนเสร็จสิ้นและสรุปสำนวนเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 4 คน ส่งพนักงานอัยการ ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคนในบางข้อหา ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการสูงสุด ให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมใน 4 ประเด็น ก่อนชี้ขาดความเห็นซึ่งพันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุดดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้เสียหาย จึงลงพื้นที่แจ้งผลการดำเนินงาน ซึ่งเป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานให้กับผู้เสียหายหรือเหยื่ออาชญากรรมตามมาตรฐานสากล (ปฏิญญาว่าด้วยหลักความยุติธรรมขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เสียหายจากอาชญากรรมและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ค.ศ.1985).