เจ้าอาวาสวัดป่าชลประทานราษฎร์ เพชรบุรี ไอเดียเจ๋งชวนเด็กวัด "ชาวกะหร่าง" ทำนาไร่ตามวิถีบรรพบุรุษบนที่ดินของวัด ตั้งเป้าส่งข้าวที่เก็บเกี่ยวได้กลับไปให้พ่อแม่ที่บางกลอย อ.แก่งกระจาน ได้กิน
...
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรานงานว่า พื้นที่บริเวณทางเข้าวัดป่าชลประทานราษฎร์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี หมู่ที่10 ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นับกว่า 8 ไร่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นป่ากกรกร้าง อันเนื่องมาจากถูกน้ำจากเหนือเขื่อนเพชรไหลหลากเข้าท่วมในช่วงของฤดูน้ำหลาก แต่ขณะนี้ พระปลัดนัทธี วุฑฒิธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าชลประทานราษฎร์ ได้ว่าจ้างนำดินร่วนมาถม จนกลายเป็นผืนดินที่สวยงาม และเหมาะกับการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง เพราะข้างผืนดินแปลงดังกล่าวมีแหล่งน้ำจากเหนือเขื่อนเพชร ล้นเข้ามาใกล้เคียงอยู่ตลอดทั้งปี โดยหลังจากมีการเปลี่ยนสภาพที่ดินแปลงนี้แล้ว พระปลัดนัทธี เคยให้ญาติโยมได้ทดลองปลูกพืชผักทางการเกษตรมาบ้างแล้ว และหลังเก็บผลผลิตเสร็จสรรพญาติโยมก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผืนดินแห่งนี้อีกเลย และทิ้งให้รกร้างมาได้ระยะหนึ่ง
กระทั่งต่อมาพระปลัดนัทธี วุฑฒิธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าชลประทานราษฎร์ ได้มีแนวคิดว่า น่าทดลองใช้ที่ดินแปลงนี้ปลูกข้าวไร่ เพราะเด็กที่มาอาศัยอยู่ภายในวัดหลังว่างเว้นจากการเรียนหนังสือจำนวน 7-8 คน ก็เป็นเด็กกะหร่างจากบ้านบางกลอย-โป่งลึก ที่น่าจะมีความชำนาญในการปลูกข้าวไร่ ตามวิถีบรรพบุรุษของชาวดอยที่สืบทอดกันมา ประกอบกับตนเคยเข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะหร่างบ้านโป่งลึก-บางกลอย มาบ้าง ทำให้ทราบถึงขบวนการในการเพาะปลูกข้าวแบบชาวดอย จึงได้ชักชวนเด็กวัดชาวกะหร่างลงมือทำนาไร่บนผืนดินที่อยู่ทางเข้าวัดป่าชลประทานราษฎร์ โดยเจ้าอาวาส ได้ซื้อเม็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี ทนเเดด ทนฝน เหมาะสมในการปลูกข้าวไร่ แล้วให้เด็กวัดชาวกะหร่างเหล่านี้ ลงแขกทำนาไร่กว่า 8 ไร่แห่งนี้ โดยเด็กกะหร่างจะแบ่งหน้าที่กันทำ ไม่ว่าจะเป็น การปลูกข้าว การแยกกอกล้าข้าวมาปลูกทดแทนต้นที่เหี่ยวเฉา การพรวนดิน การดายหญ้า และการรดน้ำในนาข้าวไร่
...
พระปลัดนัทธี เผยว่า การสอนให้เด็กกะหร่างเหล่านี้ได้เรียนรู้และทดลองในการปลูกข้าวไร่ ก็เหมือนร่วมกันอนุรักษ์วิถีแบบดั้งเดิม และแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ตัวตนของพี่น้องชาวกะหร่าง และวิถีการปลูกข้าวไร่ เป็นการแสดงว่าพวกเขายังใช้ชีวิตความเป็นอยู่ด้วยความสอดคล้องทางธรรมชาติอย่างลงตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการปลูกฝังให้เด็กมีใจรักธรรมชาติ ซึ่งหากเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้นก็ไม่คิดที่จะทำลายธรรมชาติที่เขาได้เคยเห็น ส่วนการทำนาข้าวไร่ ในครั้งนี้ น่าจะใช้เวลาประมาณเดือนกว่าๆ ก็น่าจะเก็บเกี่ยวผลิตผลได้ โดยเด็กๆ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะนำข้าวที่ตนเองปลูกนำกลับขึ้นไปให้พ่อแม่พี่น้องที่อาศัยอยู่บนบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน ได้บริโภคต่อไป.