หยุดไม่อยู่ "สมุทรสาคร" ผู้ติดเชื้อโควิดยังพุ่งต่อเนื่อง พบรายใหม่อีก 1,355 ราย เสียชีวิต 9 ราย สะสมรวม 56,117 ราย ด้าน ผอ.รพ. ชี้ผู้ป่วยกลุ่ม CI พบมากขึ้น แต่เมื่อจัดกระบวนการที่ดี สามารถลดผู้ป่วย รพ.ได้

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 จังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูล เมื่อเวลา 24.00 น. (5 ส.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งอีก 1,355 ราย จำแนกเป็นพบผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 260 ราย และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 1,095 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 662 ราย ที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 433 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 56,117 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 32,241 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 23,702 ราย และ ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 9 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 174 ราย

นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.รพ.สมุทรสาคร กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังคงพบอย่างต่อเนื่องและมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีอาการของโรครุนแรงมากขึ้นด้วยนั้น ในส่วนของผู้ป่วยกลุ่มที่กักกันตัวอยู่ใน CI หรือศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนามในชุมชน ก็พบว่ามีอาการเพิ่มมากขึ้น จากผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวกลายมาเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ต้องเข้าสู่โรงพยาบาลสนาม หรือ โรงพยาบาลสนามสีเหลือง ( ICU สนาม) ตามอาการที่เจ้าหน้าที่ประเมินแล้วนั้น พบว่าขณะนี้มีจำนวนพอสมควร โดยทีมหมอและพยาบาลของโรงพยาบาลสมุทรสาคร ก็มีการจัดกันว่าใครต้องรับผิดชอบ CI ไหน เพื่อทำการประเมินคนไข้อย่างต่อเนื่อง

จึงพบว่า มีอาการเปลี่ยนแปลงพอสมควร มีการพบอาการปอดอักเสบเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องจ่ายยาเพิ่มขึ้น และบางรายต้องขยับมาสู่โรงพยาบาลสนาม แต่การที่พบผู้ป่วยอาการเปลี่ยนแปลงมากเช่นนี้ ก็มีตัวเลขหนึ่งที่น่าดีใจคือ ก่อนหน้านี้ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรับคนไข้ที่มาจากบ้านด้วยอาการหนักเป็นสีแดงเข้ม ต้องมีการใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อรอนำตัวขึ้นตึกในแต่ละเวรไม่ต่ำกว่า 3-4 คน แต่เมื่อมีการจัดกระบวนการ CI ที่ดี นำตัวคนไข้ที่ติดเชื้อออกจากบ้านได้เร็ว เมื่อผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ CI ก็จะปรึกษาทางทีมแพทย์ และให้คำแนะนำในการให้ยาเพื่อการรักษา จึงเป็นตัวช่วยทำให้ผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจนั้นลดลง จึงนับว่ากระบวนการ CI ที่มีประสิทธิภาพนั้น จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีคนไข้ในศูนย์ CI เพิ่มมากขึ้นก็ตามที

...

ส่วนเรื่องของ HI นั้น ต้องยอมรับว่า กระบวนการ HI เป็นขั้นตอนการปฏิบัติที่ทำได้ยากกว่ากระบวนการ CI เนื่องจาก HI นั้น ต้องสร้างกระบวนการความรู้ ความเข้าใจให้แก่ผู้ป่วยและผู้ที่รอบข้าง ดังนั้นการทำ CI จึงได้ผลมากกว่า HI และเข้าถึงผู้ป่วยที่มีอาการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วกว่า

นพ.อนุกูล ยังกล่าวถึงเรื่องของการจัดสรรยาฟาวิพิราเวียร์ว่า สำหรับในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร มีอัตราการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ต่อวันของทุกโรงพยาบาลในสมุทรสาคร รวมกันประมาณวันละ 40,000 เม็ด ส่วนจำนวนสต๊อกในคลังยานั้นทำได้เพียงแค่ 2-3 วัน ตามข้อกำหนดขององค์การเภสัชกรรมที่ไม่ให้มีการสต๊อกยาไว้จำนวนมาก โดยจะมีการตรวจสอบจำนวนยาทุกวัน แล้วก็จะเติมเข้ามาให้ ตามจำนวนที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ซึ่งในส่วนของจังหวัดสมุทรสาครนั้น สถานการณ์โดยรวมอาจจะต้องใช้ยามากขึ้นกว่าวันละ 40,000 เม็ดอย่างแน่นอน จึงได้ขอรับการจัดสรรเพิ่มไปกับทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็อาจจะมีการปรับให้การใช้ยาเป็นไปได้ดีขึ้นและมีเพิ่มเข้ามาอย่างเพียงพอ.