โมเดลใหม่สมุทรสาคร ทุกโรงงานต้องมี รพ.สนาม 10%

ข่าว

โมเดลใหม่สมุทรสาคร ทุกโรงงานต้องมี รพ.สนาม 10%

ลม เปลี่ยนทิศ

    3 ส.ค. 2564 05:01 น.


    จังหวัด สมุทรสาคร อยู่ติดกับ กทม.ฝั่งธนบุรี เคยเป็นคลัสเตอร์ใหญ่แพร่เชื้อโควิด-19 จนผู้ว่าฯสมุทรสาคร คุณวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ติดเชื้อแทบเอาชีวิตไม่รอด สมุทรสาครมีโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 6 พันแห่ง ช่วงนี้โควิด-19 กลับมาระบาดใหญ่อีกครั้ง ส่วนใหญ่มาจากแรงงานต่างด้าวในโรงงานหลายแสนคน จากวันละไม่กี่ร้อยเป็นวันละพันกว่าคน จนรับมือไม่ไหว เตียงโรงพยาบาลก็เต็มล้น โรงพยาบาลสนามกี่แห่งก็เต็มหมด วัคซีนก็ไม่พอ ยารักษาโควิดก็ไม่พอ

    ผู้ว่าฯวีระศักดิ์ ได้หารือ ประธานสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าจังหวัด แล้วก็ได้ข้อสรุปเป็น “โมเดลใหม่สู้โควิด-19 ไม่รอวัคซีน” จนมีผู้ว่าฯหลายจังหวัดสนใจ ไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯซิงเกิลคอมมานเดอร์สู้โควิด จะได้ยินบ้างหรือไม่? ผมจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อไปถึงหูนายกฯ เพราะนี่คือ โมเดลที่ดีที่สุดโมเดลหนึ่ง ในการสู้กับโควิด

    เมื่อตกลงกับภาคเอกชนแล้ว ผู้ว่าฯวีระศักดิ์ ก็ออกเป็นคำสั่งจังหวัด บังคับให้โรงงานหรือสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือมีกำลังเครื่องจักร 50 แรงม้าขึ้นไป เกือบ 7,000 แห่ง ต้องจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในโรงงาน เพื่อใช้แยกกักตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโรงงาน เป็น Factory Accommodation Isolation (FAI) โดยมีข้อกำหนดว่า แต่ละโรงงานต้องมีโรงพยาบาลสนามที่มีเตียงไม่น้อยกว่า 10% ของพนักงานทั้งหมด คำสั่งให้จัดตั้งให้เสร็จภายใน 7 วัน โรงงานไหนทำไม่ได้ สั่งปิดทันที

    โมเดลนี้ผมเคยได้ยินพูดกันหลายครั้งแล้ว ให้โรงงานขนาดใหญ่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ดูแลพนักงานในโรงงานที่ติดเชื้อ ไม่ใช่ผลักภาระไปให้ทางการและสังคม จนไม่มีเตียงเหลือสำหรับดูแลประชาชนที่ติดเชื้อ แต่รอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นมีใครในรัฐบาลกล้าสั่งสักที ไม่รู้ว่าเกรงใจเจ้าของโรงงานใหญ่หรือเพราะอะไร

    แต่ในที่สุดวันนี้เราก็ได้ ผู้ว่าฯผู้กล้า คุณวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯสมุทรสาคร ลงนามในคำสั่งจังหวัด ประกาศใช้เป็นจังหวัดแรกในประเทศไทย เพียงจังหวัดเดียว

    คุณอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ให้สัมภาษณ์กับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ก่อนที่จังหวัดจะออกประกาศ บังคับโรงงานต้องทำ FAI 10% ของจำนวนพนักงานในโรงงาน ทางจังหวัดได้หารือกับสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าสมุทรสาคร ตอนแรกจะสั่งปิดโรงงานทั้งหมด 14 วัน เพื่อให้ทุกคนหยุดนิ่ง หยุดการแพร่กระจายเชื้อ เพราะผู้ติดเชื้อในสมุทรสาครถึงขั้นวิกฤติแล้ว แต่ทางสภาอุตฯและหอการค้าเห็นว่า หากปิดทั้งหมดจะกระทบทั้งโรงงาน พนักงาน เศรษฐกิจโดยรวมและรายได้การส่งออกจึงได้ต่อรองเปลี่ยนให้มาทำ FAI แทน ตอนแรกจะทำ 50% ต่อรองลงมาเรื่อยๆ มาจบที่ 10% ในที่สุด

    โรงงานในสมุทรสาครมี 6,000 กว่าแห่ง สมมติว่าทำ FAI 10% ของพนักงาน หรือทำโรงงานละ 10 เตียง ก็จะได้เตียงเพิ่มขึ้นมากว่า 60,000 เตียง ให้กับผู้ติดเชื้อสีเขียวที่ไม่มีอาการ โรงงานรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ลดภาระโรงพยาบาลไปได้มาก ส่วน โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย ก็ให้ ดูแลประชาชนแทน เท่านี้สมุทรสาครก็ปราบโควิดได้สำเร็จ ผู้ว่าฯยังได้ตั้ง ศูนย์พักคอยคนสาคร Community Isolation (CI) ขึ้นมาดูแลชุมชนอีกทางหนึ่ง

    คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า ตอนนี้เราไม่ขอวัคซีนแล้ว แต่ขอให้ส่วนกลางส่งยามาให้เร็วๆ เราใช้ชุดตรวจด้วยตัวเอง ATK ทำให้ทราบผลเร็ว ให้ยาทันที คนป่วยจะหายเร็วขึ้น

    ผมขอชื่นชม “โมเดลใหม่สมุทรสาคร” ถ้า โรงงาน บริษัท ทุกจังหวัดทั่วประเทศทำโมเดลนี้ เราจะมีเตียงสีเขียวเพิ่มขึ้นมาหลายแสนเตียงทันที ขอเพียงให้รัฐบาลส่ง “ยาฟาวิพิราเวียร์” ไปให้ทั่วถึง ไม่กั๊กไว้ส่วนกลาง เราก็จะรอดโดยไม่ต้องรอวัคซีนเหมือน “อู่ฮั่น”.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19โควิดสมุทรสาครสถานการณ์โควิดโรงงานอุตสาหกรรมแรงงานต่างด้าวโรงพยาบาลสนามโมเดลสมุทรสาครหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 03:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์