หนุ่มพนักงานคลังสินค้ากะซวก ปลิดชีพหัวหน้างานดับสยองคาวงเบียร์ หลังก่อเหตุถูกเพื่อนร่วมงานกับชาวบ้านช่วยกันล็อกตัวส่งตำรวจ สารภาพปมเหตุจากมึนเมามีปากเสียงวิวาทขณะนั่งล้อมวงซดเบียร์อยู่ด้วยกันที่ร้านค้าหลังเลิกงาน อ้างถูกผู้ตายต่อว่าเรื่องงานจนทะเลาะโต้เถียงบานปลายถึงขั้นชกต่อยชุลมุน ตัวเองสู้ไม่ได้เลยชักมีดจ้วงแทง 3 แผลล้มทรุดสิ้นใจคาที่
น้ำเปลี่ยนนิสัยเป็นเหตุ เพื่อนร่วมงานเมาเบียร์ทะเลาะวิวาทแทงกันตายรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 19 ก.ค. ร.ต.ท.หญิง ปภัทษณีย์ สุดจิตจูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย บริเวณหลังร้านขายอาหารริมทาง ซอยวัดเสาธงกลาง หมู่ 4 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ นำกำลังตำรวจพร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านมุงดูอยู่จำนวนมาก พบศพนายวรเชษฐ แก้วคำแสน อายุ 21 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.บุรีรัมย์ เป็นพนักงานคลังสินค้าช้อปปี้ นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนพื้น มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าชายโครงซ้าย หัวไหล่ซ้าย และแขนซ้าย รวม 3 แผล ใกล้กันพบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตเปื้อนเลือดตกอยู่ข้างรถเข็น ส่วนมือมีดผู้ก่อเหตุถูกเพื่อนผู้ตายและชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้ ทราบชื่อนายวิฑูรย์ คำเชียง อายุ 26 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เป็นพนักงานคลังสินค้าที่เดียวกับผู้ตายอยู่ในอาการมึนเมา ถูกชาวบ้านรุมชกต่อยใบหน้าบวมปูด
สอบสวนนายวิฑูรย์ให้การว่า ตนกับผู้ตายเป็นพนักงานคลังสินค้าช้อปปี้ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังเลิกงานชักชวนเพื่อนร่วมงานมานั่งดื่มเบียร์ด้วยกัน 4 คนบริเวณหลังร้านอาหารจนเมาได้ที่ ระหว่างนั้นผู้ตายซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าคนงานได้พูดจาต่อว่าตนเรื่องงานทำให้เกิดมีปากเสียงโต้เถียงกันบานปลายถึงขั้นชกต่อยชุลมุน ตนสู้ไม่ได้เลยชักมีดปลายแหลมที่พกติดตัวออกมาจ้วงกระหน่ำแทงไป 3 ครั้งจนคู่กรณีล้มทรุดดิ้นพราดเสียชีวิตคาที่ หลังก่อเหตุถูกเพื่อนผู้ตายและชาวบ้านมาช่วยกันล็อกตัวรุมประชาทัณฑ์จนสะบักสะบอมก่อนแจ้งตำรวจมาจับกุมตัวดำเนินคดี
...
ด้านนายภานุวัตร สุทธสนธ์ อายุ 19 ปี เพื่อนร่วมงานที่นั่งดื่มกินกันถูกลูกหลงมีดบาดแขนบาดเจ็บเล็กน้อย เล่าว่า ไม่ทราบสาเหตุที่มีเรื่องทะเลาะกัน แต่ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมงานชักชวนกันมาดื่มเบียร์จนมึนเมามีปากเสียงวิวาท ตนพยายามห้ามปรามแล้วแต่ไม่เป็นผล เบื้องต้นตำรวจได้เชิญพยานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไปสอบปากคำ และควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ขณะที่พ่อแม่และแฟนสาวของผู้ตายทันทีที่ทราบข่าวร้ายพากันมาที่เกิดเหตุถึงกับช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นำศพส่ง รพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง