จับแอปกู้ดอกโหด คิดร้อยละ 45 ต่อเดือน ขยายผลล่านายทุนจีน

ข่าว

    จับแอปกู้ดอกโหด คิดร้อยละ 45 ต่อเดือน ขยายผลล่านายทุนจีน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    14 ก.ค. 2564 05:05 น.

    ชุดสืบสวนภาค 1 บุกทลายแหล่งทวงหนี้แอปเงินกู้ดอกโหดรวบตัวผู้ดูแลพร้อมพนักงานชายหญิง 15 คน ตั้งศูนย์บัญชาการในทาวน์เฮาส์หมู่บ้านย่านเมืองนนท์ทำหน้าที่โทรศัพท์และส่งข้อความตามทวงเงินลูกหนี้ที่จ่ายไม่ตรงเวลา แฉนายทุนใหญ่เป็นชาวจีนเปิด5 แอป ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหดร้อยละ 45 มีลูกหนี้กว่า 3 หมื่นราย เงินหมุนเวียนในบัญชีหลายสิบล้านบาท

    ปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายแอปเงินกู้ดอกโหดรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 ก.ค. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 สั่งการให้ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง จตร. ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.ท.พิษณุ เพ็ชรคำ รอง ผกก.สส.ภ.1 นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามอบายมุขช่วงสถานการณ์โควิด-19 นำหมายค้นจากศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 599/64 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 346 หมู่บ้านตะวันนา ซอย 10 ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งทวงหนี้ให้นายทุนเงินกู้รายใหญ่

    ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ตำรวจแสดงหมายศาลเข้าตรวจค้น มี น.ส.ปวีณา เอี่ยมเทพ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140/67 หมู่ 3 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แสดงตัวเป็นผู้ดูแล บริเวณชั้นล่างพบพนักงานชายหญิง 8 คนก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ทวงหนี้จากลูกค้าที่กู้เงิน ส่วนบนชั้นสองพบพนักงานอีก 6 คนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกัน จะใช้วิธีโทรศัพท์หรือส่งข้อความทางออนไลน์ไปยังลูกหนี้เพื่อทวงเงิน จับกุมตัวทั้งหมดไว้รวม 15 คน ยึดคอมพิวเตอร์ 20 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 35 เครื่อง และข้อมูลรายชื่อลูกค้าเงินกู้ 3 หมื่นกว่าราย

    พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ รอง ผบก.สส.ภ.1 กล่าวว่า พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า ได้กู้เงินผ่านแอปพลิเคชันชื่อ PIGGY BANK หากกู้เงิน 5,000 บาท จะถูกหักดอกเบี้ยก่อนล่วงหน้าร้อยละ 45 ผู้กู้จะได้รับเงินแค่ 2,880 บาท ที่เหลือต้องผ่อนจ่ายให้ครบเงินต้น 5,000 บาท หากไม่ชำระเงินตรงตามระยะเวลาที่กำหนด พนักงานจะโทรศัพท์ไปทวงถามหรือส่งข้อความไปยังบุคคลใกล้ชิดทำให้เกิดความอับอาย ส่วนนายทุนใหญ่เป็นชาวจีน มีเงินปล่อยให้กู้หมุนเวียนในบัญชีหลายสิบล้านบาท

    รอง ผบก.สส.ภ.1 เผยต่อไปว่า มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี แล้วหลายราย จากการตรวจสอบพบว่ามีแอปพลิเคชันเครือข่ายเดียวกัน 5 แอปคือ PIGGY BANK, FLASH MONEY, HILONE, POCKET MONEY และ UNION LONE เบื้องต้นผู้ดูแลและพนักงานทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆที่กระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินการใดๆซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดออกไป และฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 หากพบว่ากระทำผิดข้อหาอื่นอีกจะแจ้งเพิ่มเติมต่อไป

    จากการสอบถาม น.ส.ปวีณา เอี่ยมเทพ ผู้ดูแลกล่าวว่า เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อต้นปี พนักงานที่นี่จะหมุนเวียนกันเข้าออกตลอดเวลาแต่ไม่เกิน 17-18 คน ทำงานตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. ส่วนใหญ่มีหน้าที่คอยทวงถามลูกหนี้ที่ส่งเงินไม่ตรงเวลา ส่วนบ้านหลังนี้ไม่ทราบว่าเป็นของใครหรือเช่าใคร ตนมีหน้าที่คอยดูแลพนักงานเท่านั้น ส่วนนายชยณัฐ คุณากรธนัส อายุ 24 ปี หนึ่งในพนักงานกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นนักดนตรี แต่พอโควิดระบาดทำให้ตกงาน มีเพื่อนชวนมาทำงานติดตามเร่งรัดหนี้สิน พอมาทำจริงเป็นทวงหนี้เงินกู้ได้เงินเดือน 1 หมื่นบาท ต้องทำไปเพราะไม่รู้จะหารายได้จากไหนมาเลี้ยงชีพในช่วงสถานการณ์แบบนี้

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ดอกโหดแอปเงินกู้ดอกเบี้ยโหดสภ.เมืองนนทบุรีทลายเครือข่ายนายทุนเงินกู้นายทุนจีนข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 07:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์