สถานีพัฒนาที่ดินอยุธยา แนะนำเกษตรกรปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินจากเดิมทำนา กลายมาเป็นปลูกอินทผลัม ส่งขายตลาดไท แถมแม่ค้ารับซื้อถึงสวน กก.ละ 500 บาท สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 64 นายธัชกร งามสันทัด อดีตผู้ใหญ่บ้าน ต.หนองน้ำส้ม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนเองนั้นเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินพระนครศรีอยุธยา ในการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินของเกษตรกรจากพื้นที่นา เพื่อปลูกอินทผลัมในชุดดินรังสิต และได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างรากฐานอนาคตให้มีรายได้สูงขึ้น โดยเมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้ทำนาเพียงอย่างเดียว ผลผลิตข้าวที่ได้น้อยลง จำหน่ายข้าวได้ราคาที่ไม่สูงมากนัก ส่งผลให้รายได้ลดน้อยลงไป จึงมองหาพืชชนิดอื่นที่ปลูกรอบเดียวแล้วได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการปลูกข้าว และการปลูกอินทผลัมจะสร้างรายได้ระยะยาวได้ จึงปลูกอินทผลัมพันธุ์บาฮี พื้นที่การปลูกกว่า 10 ไร่ โดยสถานีพัฒนาที่ดินพระนครศรีอยุธยา ได้เข้ามาตรวจวิเคราะห์ดิน แนะนำให้ทำน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อนำไปใช้ภายในสวน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ และสามารถจำหน่ายไปยังตลาดไท อีกทั้งยังมีแม่ค้ามารับถึงหน้าสวน จำหน่ายเป็นผลสด กิโลกรัมละ 500 บาท สร้างรายได้ที่เห็นได้อย่างชัดเจน ได้ผลตอบแทนระยะยาวอีกด้วย
...
นายศักดา จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สถานีพัฒนาที่ดินพระนครศรีอยุธยา ได้มีโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการปรับพื้นที่ทำการเกษตร โดยการใช้ Agri-Map ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการปรับพื้นที่ เพราะดินบริเวณนี้ส่วนมากจะเป็นกลุ่มชุดดินที่ 11 ชุดดินรังสิต มีสภาพความเป็นกรดค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสมสำหรับการทำนา จึงได้เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่นาโดยการยกร่องปลูกอินทผลัม เพื่อที่จะทำให้พื้นที่มีการใช้ที่ดินอย่างคุ้มค่า โดยการปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อให้สภาพของดินเหมาะสมสำหรับไม้ยืนต้นอย่างเช่นอินทผลัม ทำให้ได้ผลผลิตอินทผลัมที่ดี ลูกดก มีตลาดรองรับการจำหน่าย จนทำให้นายธัชกร งามสันทัด เป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรบริเวณใกล้เคียงในการใช้พื้นที่ดินอย่างคุ้มค่า ได้ผลตอบแทนที่ตอบโจทย์กับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความกินดี อยู่ดี และมีความสุขมากยิ่งขึ้น.