ไลฟ์สไตล์
100 year

จากปลูกไผ่กันช้างป่า สู่รายได้ปีละหลักล้าน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
21 มิ.ย. 2564 07:01 น.
SHARE

ทุกความสำเร็จ มิใช่ได้มาง่ายๆ ต้องมาจากความสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ รวมถึงการนำเอาองค์ความรู้ทุกด้านเข้ามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็นอีกต้นแบบความสำเร็จในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ด้วยการบริหารจัดการที่ดี รวมกลุ่มจนเกิดเครือข่าย และที่ขาดไม่ได้ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ จนสามารถทำบัญชีรายรับรายจ่าย วางแผน-การผลิต ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างความยั่งยืนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ยกระดับสู่แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศประจำปี 2563

ข่าวแนะนำ

“พื้นที่แถบนี้มักประสบปัญหาช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก เกษตรกรจึงปรับเปลี่ยนมาปลูกไผ่ตงแทนพืชชนิดอื่น เนื่องจากไผ่ในป่าธรรมชาติมีเยอะอยู่แล้ว จึงไม่เป็นเป้าหมายของช้างป่า ที่สำคัญเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แทบทุกส่วน ทั้งหน่อ ลำ รวมถึงกิ่งพันธุ์ การดูแลบำรุงรักษาไม่ซับซ้อน ปี 2561 จึงรวมตัวตั้งกลุ่มแปลงใหญ่ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จากไผ่ สร้างความมั่นคงในอาชีพให้กับคนในชุมชน”

ประสิทธิ์ รูปต่ำ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ไผ่ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา อธิบายถึงที่มาของการรวมกลุ่มปลูกไผ่เพื่อเป็นแนวกันช้างป่า กระทั่งกลายเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้อย่างมั่นคงให้กับคนในพื้นที่...หลังจากรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ร่วมกันผลิตและจำหน่าย อันนำมาสู่การ บริหารจัดการที่ดี และเป็นระบบ จนเกิดการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตแล้วกลุ่มก็พัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับพัฒนาด้านการตลาด จนเกิดการเชื่อมโยงตลาดห่วงโซ่การผลิต โดยอาศัยแนวทางตลาดนำการผลิตของกระทรวงเกษตรฯ

ขณะเดียวกัน ได้รับการอบรมจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ฉะเชิงเทรา ร่วมกับครูบัญชีในพื้นที่ ในการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพให้แก่เกษตรกร และแนะนำการจดบันทึกบัญชีผ่าน Application SmartMe ที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อีกทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรสามารถจัดทำบัญชีรับ-จ่าย ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้เกษตรกรผู้จดบันทึกบัญชี สามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสมาชิกมีเงินออมและมีกำไรจากการปลูกไผ่ขายได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังให้คำปรึกษาการทำงบดุล การจัดหากองทุนสำรอง และการขอสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

“การปลูกไผ่ช่วงแรกประสบปัญหาต้นทุนสูงจากการใช้ปุ๋ยเคมี แต่หลังจากจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพแล้ว ทำให้เห็นต้นทุนในการผลิต รู้รายรับ รายจ่าย กำไร ขาดทุน เมื่อเห็นตัวเลขต้นทุนทางบัญชี สมาชิกก็เริ่มหันมาปรับลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี แล้วหันมาทำปุ๋ยขี้ไก่และปุ๋ยหมักจากปลาใช้เอง ทำให้ประหยัดต้นทุนไปไร่ละ 20-25% เมื่อต้นทุนลดลง รายได้ก็เพิ่มขึ้น ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้ในการเลี้ยงครอบครัวและมีความสุขในอาชีพมากขึ้น”

ปัจจุบันกลุ่มฯมีสมาชิก 60 ราย พื้นที่ปลูก 601 ไร่ สามารถปลูกไผ่ตง ไผ่เลี้ยงหวาน สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มฯ ปีละกว่า 1 ล้านบาท ไม่รวมผลิตภัณฑ์หน่อไม้ต้มดองซีลสุญญากาศ แชมพู สบู่เหลว จากถ่านไม้ไผ่ ที่จำหน่ายได้อีกปีละนับล้านบาทเช่นเดียวกัน โดยผลผลิตส่วนใหญ่ของสมาชิกจำหน่ายที่ตลาดผักร่วมใจ (GAP) ตลาดไท จ.ปทุมธานี และตลาดต่างๆใน จ.ราชบุรี นครปฐม สระบุรี และห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขา จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก และศูนย์กระจายสินค้า จ.พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร.

กรวัฒน์ วีนิล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไผ่ไผ่ตงไผ่เลี้ยงหวานปลูกไผ่ตงเกษตรกรแปลงใหญ่เกษตรกรช้างป่าแนวกันช้างฉะเชิงเทรากรวัฒน์ วีนิลเกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 29 กรกฎาคม 2564 เวลา 07:06 น.