จนท.พิสูจน์หลักฐาน ตรวจเฮลิคอปเตอร์ที่ จนท.ของ อช.แก่งกระจานบินตรวจป่าแล้วถูกกลุ่มคนบุกรุกป่ายิง พบรอยกระสุนปืนขนาดใหญ่เหนือหัวนักบินไม่ถึงฟุต เตรียมแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากกรณีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่เจ้าหน้าที่อุทยานได้นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจตรวจสอบสภาพป่าประจำเดือน พ.ค.2564 ตามแผนการบินของกองการบิน สป.ทส. โดยเมื่อเฮลิคอปเตอร์บินถึงบริเวณแปลง พิกัด wgs1984 z47P 515430E 1454519N พบพื้นที่บุกรุกใหม่เป็นบริเวณกว้าง และขณะทำการบินสำรวจได้ถูกผู้บุกรุกแผ้วถางทำลายป่าใช้อาวุธปืนยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ กระทั่งต้องยกเลิกภารกิจตามข่าวที่เสนอไปนั้น
ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ต.อ.เจริญ ปานคล้าย พ.ต.อ.หญิงเอกจิตร มีไชยธร ผกก.ศพฐ.7 เจ้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 7 พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี กว่า 30 นาย เดินทางมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เข้าตรวจสอบเฮลิคอปเตอร์ รุ่น AS350 หมายเลขทรัพยากร 1106 ลำที่ประสบเหตุ โดยมี พ.ท.ถนอม ศิริม่วงมี และ ร.อ.วีระชัย เพ็งมาก เจ้าหน้าที่นักบิน สป.ทส. น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อช.แก่งกระจาน ซึ่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวขณะเกิดเหตุ ร่วมชี้แจงเหตุการณ์ โดยมี นายอิทธิพล ชัยกมล หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติแก่งกระจาน และคณะ ร่วมตรวจสอบ โดยหลังการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบ รอยยุบขนาดใหญ่ที่บริเวณส่วนที่เรียกว่าคัตเตอร์วาย ซึ่งเป็นแกนเหล็กกล้าที่ติดตั้งด้านนอกซ้ายอยู่เหนือกระจก ด้านหน้าห้องขับขี่โดยสาร เหนือจากที่นั่งนักบินประมาณ 20 เซนติเมตร จำนวน 1 รอย ห่างจากศีรษะนักบินไม่ถึง 30 เซนติเมตร
...
สอบถาม พ.ท.ถนอม ศิริม่วงมี และ ร.อ.วีระชัย เพ็งมาก เจ้าหน้าที่นักบิน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุกำลังบินตรวจสอบสภาพป่าบริเวณพิกัดดังกล่าว พบมีพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเป็นบริเวณกว้าง ใกล้เคียงบนเพิงพัก 1 หลัง ขณะบินวนสำรวจพบเห็นบุคคล 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน วิ่งออกมาจากแนวชายป่า เข้าไปยังเพิงพักในแปลงบุกรุก ขณะที่ตนกำลังเลี้ยวกลับลำเฮลิคอปเตอร์เพื่อเตรียมเชิดหัวและลอยลำขึ้นจากช้าๆ ขณะอยู่ในระยะสูงประมาณยอดไม้ 10-15 เมตร เกิดเสียงปืนดังขึ้น โดย พ.ท.ถนอม นักบิน มองเห็นว่า 1 ใน 2 คนได้ใช้ปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ 1 นัด ในระยะห่างประมาณ 10-15 เมตร เห็นควันจากปากกระบอกปืน และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน
พ.ท.ถนอม ศิริม่วงมี และ ร.อ.วีระชัย เพ็งมาก จึงรีบนำเครื่องเชิดหัวขึ้น และบินไปลงจอดที่บริเวณฐานทหารพรานใจแผ่นดิน ห่างจากจุดที่ถูกยิงประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบ โดยจากการตรวจสอบเครื่องในเบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยความเสียหาย กระทั่งเมื่อนำเครื่องกลับมาที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง และพบรอยกระสุนปืนดังกล่าว ทั้งนี้หากกระสุนต่ำกว่านี้เพียงไม่ถึง 1 ฟุต ก็มีโอกาสจะถูกศีรษะตน และอาจจะเกิดเฮลิคอปเตอร์เสียหลักตกได้
ทั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการนำกล้อง ภาพถ่ายทางอากาศ มูลค่ากว่า 35 ล้านบาท มาติดตั้งบริเวณด้านล่างส่วนหน้าของเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเป็นการบันทึกภาพระยะไกล ป้องกันกรณีเหตุไม่คาดฝันและถูกลอบทำร้ายดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีก ส่วนการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกไว้ที่ทำการอุทยานแล้ว และจะดำเนินการแจ้งความที่ สภ.หนองหญ้าปล้อง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี.