ไลฟ์สไตล์
100 year

ป.ป.ช.ลงพื้นที่อุทยานไทรโยค เตรียมจ่อเอาผิดอดีตปลัดอำเภอ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
9 เม.ย. 2564 05:05 น.
SHARE

ป.ป.ช.ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดิน น.ส.3 ก. จำนวน 8 ฉบับ เนื้อที่กว่า 459 ไร่ อยู่ในหุบเขาเขตอุทยานฯ ติดแม่น้ำแควน้อย ปลูกทุเรียนพันธุ์ดี เตรียมชี้มูลเอาผิดอดีตปลัดอำเภอไทรโยค และอดีตที่ดินอำเภอไทรโยค ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีรับรองว่าที่ดินไม่ได้อยู่เขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ ไม่เป็นความจริง แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังเมื่อปี 2497 พบว่าเป็นป่าเบญจพรรณทั้งแปลง ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์แต่อย่างใด

ป.ป.ช. ร่วมกับกรมอุทยานฯ ตรวจสอบที่ดิน น.ส.3 ก. 459 ไร่ กลางหุบเขาในอุทยานฯไทรโยค เพื่อชี้มูลเอาผิดอดีตปลัดอำเภอ และอดีตที่ดินอำเภอรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 เม.ย. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายหิรัณย์เศรษฐ เหยี่ยวประยูร ผู้อำนวยการสำนักไต่สวน คดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป.ป.ช. นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 15 นาย ร่วมกันตรวจสอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ทะเบียนเลขที่ 51 ถึง 58 จำนวน 8 ฉบับ รวมเนื้อที่ 459 ไร่ 39 ตารางวา อยู่กลางหุบเขาติดแม่น้ำแควน้อย ในเขต อุทยานแห่งชาติไทรโยค บริเวณบ้านหาดงิ้ว หมู่ 5 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ปลูกทุเรียนพันธุ์ดีหลายพันต้น มีตัวแทนของเจ้าของที่ดินเป็นผู้นำตรวจ ใช้เครื่องจีพีเอสตรวจแนวเขตที่ดินอย่างละเอียด

ข่าวแนะนำ

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าวว่า การที่ ป.ป.ช.ลงมาตรวจสอบที่ดินครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบครั้งสุดท้าย ก่อนชี้มูลเอาผิดนายวิสูตร วระทรัพย์ อดีตปลัดอําเภอไทรโยค และนายประยูร ใสเงิน อดีตเจ้าหน้าที่บริหารที่ดินอำเภอไทรโยค ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคแจ้งความดำเนินคดีเจ้าของที่ดินในข้อหาบุกรุก ยึดถือครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยคโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เมื่อปี 2562

ผอ.สบอ.ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าวถึงเบื้องหลังการตรวจสอบที่แปลงดังกล่าวว่า ช่วงปี 2554-2557 อุทยานแห่งชาติไทรโยค ตรวจสอบถึงที่มาของ น.ส.3 ก.ว่าออกในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยคได้อย่างไร เนื่องจากอยู่หุบเขากลางป่า ติดแม่น้ำแควน้อย แต่ไม่สามารถตรวจสอบสารบบที่ดินได้ เพราะเอกสารหลักฐานทั้งหมดถูกไฟไหม้เสียหายจากเหตุไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอไทรโยค เมื่อเดือน ก.พ.2534 เมื่อตรวจสอบ น.ส.3 ก. ที่จัดสร้างขึ้นแทนฉบับเดิม มีปลัดอำเภอ ป่าไม้อำเภอ และเจ้าหน้าที่บริหารที่ดินอำเภอ เป็นคณะกรรมการออกไปตรวจสอบที่ดินที่ราษฎร เป็นเจ้าของและได้ไปยื่นความจำนง เพื่อจัดสร้างหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินขึ้นใหม่ตามประกาศของจังหวัดกาญจนบุรี พบว่านายวิสูตร วระทรัพย์ ปลัดอำเภอไทรโยคในขณะนั้น และนายประยูร ใสเงิน เจ้าหน้าที่บริหารที่ดินอำเภอไทรโยคในขณะนั้น เป็นผู้รับรองที่ดิน น.ส.3 ก.ทั้ง 8 ฉบับดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะมนตรี และเขตหวงห้ามที่ดินเพื่อใช้ในราชการทหาร

นายนิพนธ์กล่าวว่าจากการตรวจสอบของอุทยานแห่งชาติไทรโยค กลับพบที่ดินทั้ง 459 ไร่เศษ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่ และป่าแม่น้ำน้อย ประกาศในปี พ.ศ.2512 และอยู่ในเขตป่าถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี ในปี พ.ศ.2516 เมื่อตรวจสอบแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2497 พบว่าเป็นป่าเบญจพรรณทั้งแปลง ไม่มีร่องรอยการเข้าทำประโยชน์แต่อย่างใด เห็นว่าการออกหนังสือ น.ส.3 ก. ทั้ง 8 ฉบับเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดิน พร้อมส่งเรื่อง ให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีนายวิสูตรและนายประยูร รวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออก น.ส.3 ก.โดยมิชอบ คณะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.มาตรวจสอบพื้นที่ เตรียมชี้มูลเอาความผิดกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และเตรียมชี้มูลให้กรมที่ดินเพิกถอน น.ส.3 ก.ทั้ง 8 ฉบับ เพื่อยึดคืนพื้นที่และฟื้นฟูให้สภาพป่ากลับคืนมาดังเดิมต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุทยานแห่งชาติไทรโยคป.ป.ช.ตรวจสอบที่ดินน.ส.3 ก.เขตป่าสงวนแห่งชาติอุทยานแห่งชาติข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 เวลา 20:33 น.