เกษตรกรเขารวก ลพบุรี รวมกลุ่มตั้งวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งขายพ่อค้าคนกลาง สร้างรายได้ปัจจุบันถือเป็น 1 กลุ่มตัวอย่างที่สร้างความสำเร็จ หลังจากที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่
เมื่อวันที่ 22 มี.ค.64 นายสุริยา ห่วงถวิล ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดเขารวกพัฒนาก้าวไกล ต.เขารวก อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการบริหารจัดการกลุ่มแปลงใหญ่ โดยสมาชิกไม่ต้องจ่ายเงินเลยสักบาท แต่จะหักค่าปัจจัยการผลิตหลังจากที่ขายผลผลิตให้กับบริษัทเอกชนแล้วหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด อาทิ ค่าบริหารจัดการ ค่าปัจจัยการผลิต ค่าธรรมเนียมการขนส่ง หักลบแล้วจะปันผลคืนให้เกษตรกร และทุกครั้งในการจ่ายเงินจะเป็นในรูปแบบโอนเข้าบัญชีทั้งหมด เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และกลุ่มมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมในการซื้อขายผลผลิตผ่านกลุ่มอยู่ที่ 2% ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็น การไถ หว่าน หยอดเมล็ดพันธุ์ รวมไปถึงการซื้อเมล็ดพันธุ์ และอีกหนึ่งปัจจัยคือค่าธรรมเนียมจากการขายผลผลิตของสมาชิกในกลุ่มจะเก็บตันละ 10 บาท ถ้าเป็นในส่วนของกลุ่มเครือข่ายเก็บตันละ 50 บาท หลังจากหักค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการของกลุ่มแล้วจะเฉลี่ยคืนให้กับเกษตรกรในวันถัดไป โดยการจัดสรรปันส่วนเป็นสวัสดิการสมาชิก อาทิ เสื้อ ประกันชีวิต ทอง โต๊ะจีน โต๊ะประชุม อุปกรณ์สำนักงานทั้งหมด ทุกอย่างที่ใช้ร่วมกันและได้เหมือนกัน
...
ทั้งนี้ หากกลุ่มไม่มีมาตรฐานการผลิต หรือมาตรฐาน GAP กลุ่มล้มแน่นอน เพราะไม่มีหลักยึดเกษตรกรเก่งหมดทุกคนก็ต่างคนต่างทำหมด แต่พอทำมาตรฐานทุกคนต้องวิ่งหามาตรฐานในเรื่องของการเตรียมดิน การปลูก การใช้พันธุ์ทุกคนจะวิ่งเข้าหามาตรฐานทั้งหมด ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดเขารวกพัฒนาก้าวไกล มีการดำเนินการธุรกิจอยู่ 2 อย่างด้วยกัน สำหรับกลุ่มข้าวโพดในฤดูฝนจะปลูกข้าวโพดเมล็ดแห้ง เลือกพันธุ์สายพันธุ์ที่เหมาะกับใช้เครื่องจักรเก็บเกี่ยวที่มีอายุครบ 120 วัน เพราะมีโปรตีน วิตามิน และเกรดข้าวโพดเป็นเกรดอาหารสัตว์ กลุ่มใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด NK 6253 และแปซิฟิค 339 กับ 789 ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้หมาะสมกับการใช้รถเกี่ยวในแปลงใหญ่ ผลผลิตได้ถึง 90%
สำหรับการบริหารจัดการน้ำของแปลงใหญ่ มีทั้งหมด 4 น้ำด้วยกัน น้ำแรก คือ น้ำฝน เราบริหารจัดการน้ำฝน โดยสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ทุกคนต้องมีบ่อเก็บน้ำฝนเป็นของตัวเอง น้ำที่ 2 คือ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์โดยกรมทรัพยากรน้ำ น้ำที่ 3 คือ น้ำของกลุ่มแปลงใหญ่เอง ใช้น้ำจากระบบโซลาร์เซลล์เหมือนกันแต่เป็นน้ำระดับย่อยอีกทีหนึ่งไปเติมน้ำใหญ่ที่สามารถใช้ได้ทุกคน และน้ำที่ 4 คือ น้ำที่ดึงจากน้ำอ่างเก็บน้ำกุดตาเพชร ทุกคนในกลุ่มพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การบริหารจัดการเกษตรแบบแปลงใหญ่นั้นดีจริงๆ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐบาล ส่งผลให้เกษตรกรกินดีอยู่ดีมากยิ่งขึ้น.